ทำความรู้จักกับ ไข่มุก

มุกเป็นเครื่องประดับที่สง่างามและคลาสสิคตลอดกาล  เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงของความมั่งมี เเละความมี
ระดับของบุคคลตั้งแต่อดีตจนถึงในปัจจุบัน มุกเป็นอัญมณีที่ เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิต
และถือได้ว่าเป็นราชินีเเห่งอัญมณีโดยไม่สามารถหาอัญมณีอื่นใดมา ทดแทนได้
จุดกำเนิดของมุก
มุกกำเนิดจากตัวหอยมุกซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือมุกธรรมชาติเเละมุกเลี้ยง
1.มุก ธรรมชาติเป็นมุกที่เกิดขึ้นเองในหอยมุกที่พบในธรรมชาติ
แต่จากมลพิษต่างๆในปัจจุบันทำให้แหล่งหอยมุกตามธรรมชาติลดน้อยลงมากจนแทบ ไม่มีเหลืออยู่เลย
มุกธรรมชาติจึงมีราคาที่สูงมาก มักซื้อขายในการสะสมมากกว่าการพาณิชย์
2.ส่วนมุกเลี้ยงถือเป็นร้อยละ 95 ของมุกที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดขณะนี้รวมถึงในร้านอนันทาด้วย
มุกเลี้ยงเป็นมุกที่เกิดในตัวหอยมุกที่ถูกเลี้ยงให้โตขึ้นในสภาพแวดล้อม เสมือนธรรมชาติโดยฝีมือมนุษย์
คุณสมบัติทั่วไปของมุกข่มุก
1.  ขนาดไข่มุก (Pearl Size)
เป็น สำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อไข่มุก เพราะหากคุณทราบว่าไข่มุกที่ต้องการมีขนาดเท่าใดก็จะทำให้การเลือกซื้อง่ายขี้น
เพราะขนาดมุกจะมีผลต่อเรื่องของราคา แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ที่การออกแบบเครื่องประดับที่จะทำออกมาด้วยว่าเหมาะ
สมกับรูปร่างของไข่มุกที่เลือกใช้หรือไม่ เช่น ต้องการทำเข็มกลัดอาจเลือกไข่มุกที่เม็ดใหญ่ น้ำงาม
หรือการทำสร้อยคอควรคัดเลือกไข่มุกที่มีสีสม่ำเสมอและมีขนาดเท่ากันหรือไล่ขนาดกันไปตลอดเส้น
โดยทั่วไปขนาดมุกจะวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของมุก ในหน่วย มิลลิเมตร
2.รูปทรงไข่มุก (Pearl Shape)
เนื่องจาก ไข่มุกเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ทำให้ไข่มุกสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปทรง โดยทรงกลม (Round Shape)
จะมีราคาแพงที่สุด เพราะหายากกว่ารูปทรงอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติอื่นๆ ด้วย
3. สีของไข่มุก (Pearl Color)
สีของไข่มุกที่นิยมกันในท้องตลาดมีอยู่ 2 ประเภทคือ บอดี้ คัลเลอร์(Body Colour) ซึ่งจะมีสีขาว สีครีม สีเหลือง
เป็นต้น และ โอเวอร์โทน(Overtone) จะมีสีเขียว สีชมพู สีส้ม สีเงิน สีฟ้า สีดำ
สีของไข่มุกจะแปรเปลี่ยนไปตามชนิดของหอยมุกและน้ำที่หอยมุกนั้นอาศัยอยู่ ซึ่งสีของไข่มุกนี้เอง
ที่ทำให้ไข่มุกเป็นอัญมณีชนิดเดียวที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับโดยไม่มีการขัดหรือเจียระไนอย่างอัญมณีชนิดอื่นๆ
ทั้งนี้เพื่อคงความงดงามตามธรรมชาติ
4.  ความแวววาว
ไข่มุกที่ดีจะมีเนื้อมันวาวสดใส เปล่งประกายจากเนื้อใน ไร้ความหมองคล้ำ ประกายสม่ำเสมอทั้งเม็ด
ส่วนการเหลือบสี (Orient)
ของไข่มุกนั้นจะเกิดขึ้นได้ดีถ้าไข่มุกมีชั้นความหนาของมุกมากดังจะเห็นได้จากเมื่อส่องแสงไฟแล้วจะมองเห็นเหลือบสีมากก็แสดงว่าเป็นไข่มุกที่ดี
ซึ่งความหนาของชั้นมุกนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเลี้ยงและสภาพแวดล้อมในการเพาะเลี้ยง
ทำให้ไข่มุกที่มีชั้นหนามากก็จะมีความวาวมันมากตามไปด้วย
การดูแลรักษา
มุกต้องการการเก็บรักษา อย่างดี เเละวิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการสวมใส่มุกบ่อยๆ
เพื่อให้น้ำมันจากร่างกายคอยหล่อเลี้ยงความวาวของมุก เเต่ควรระมัดระวังไม่ให้มุกเจอกับสารเคมีใดๆ เช่นน้ำหอม
เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดผม หรือน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะทำให้ความวาวของมุกหมดไป
โดยก่อนที่จะทำการเก็บเครื่องประดับมุกควรเช็ดด้วยผ้านุ่มๆเเละเก็บเเยกไว้
จากเครื่องประดับอื่นๆเพื่อป้องกันการขีดข่วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *