รองเท้าหน้ายิ้ม หรือ Jack Purcell

ช่วงที่ผู้คนชอบถ่ายรูปของตนเองลงใน Instagram หรือสื่อโซเชียลอื่นๆ
หลายคนคงสะดุดตากับรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ด้านหน้ามีขอบสีน้ำเงินโดดเด่น
และมองเผินๆ เหมือนเจ้ารองเท้ากำลังยิ้มอยู่อย่างไรอย่างนั้น
รองเท้า Jack Purcell ได้รับความนิยมทั้งในชายและหญิง ด้วยลักษณะที่เรียบง่าย
ทำให้แมตซ์กับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์ รูปทรงมีเอกลักษณ์ สะดุดตา และคล่องตัว
ทำให้รองเท้าผ้าใบสีขาวนี้ครองใจหลายคนได้ไม่ยาก
ดังนั้นก่อนที่จะพุ่งตัวไปซื้อหามาเป็นเจ้าของ ลองมาทำความรู้จักประวัติ
และความเป็นมาของเจ้ารองเท้าหน้ายิ้มนี้กัน
ผู้ที่ที่สร้างรองเท้า Jack Purcell ขึ้น คือคุณ John Edward Purcell โดย John
มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “Jack” เกิดวันที่ 24 ธันวาคม ปี 1903 เติบโตในเมือง Guelph,
Ontario ประเทศแคนนาดา Jack เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก จนอายุ 21 ปีจึงเริ่มสนใจในกีฬากอล์ฟ
ระหว่างนั้นเขาเอาจริงเอาจังกับการเล่นแบดมินตัน จนคว้าแชมป์ Canadian National
Badminton Champion ในปี 1929 และ 1930 และได้เป็นแชมป์โลกในปี 1933
แถมยังไม่เคยมีใครล้มพี่ Jack ได้เลยตั้งปีนั้นจนถึงปี 1945 ถือได้ว่าเก่งตัวพ่อ

ถึงแม้ว่าพี่ Jack จะไม่เคยรับใช้ชาติในกีฬา Olympic เลยก็ตาม
แต่เขาก็ได้รับการยกย่องจาก Canadian Olympic เป็นบุคคล Hall of Fame
ในปี 1973 อีกทั้งยังเป็นสมาชิกของ Canada’s Sports Hall of Fame อีกด้วย
ดังนั้นสมัยพี่ Jack เล่นแบดมินตันอยู่และประสบความสำเร็จ
เค้าได้ออกแบบรองเท้าที่มีส่วนประกอบของผ้าและยางให้กับบริษัทอย่าง B.F.
Goodrich ของแคนนาดาตั้งแต่ปี 1935 หลังจากที่เขาคว้าแชมป์โลก
รองเท้าถูกออกแบบอย่างดีเพื่อการใช้งานบนสนามแข่ง และในปี 1970
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Converse ก็เข้ามาซื้อลิขสิทธิ์เพื่อผลิตภายใต้แบรนด์ Converse
แต่ยังคงใช้ Design ตั้งแต่แรกเริ่ม
พื้นรองเท้าสีฟ้าน้ำเงิน และ “ยิ้ม” ด้านหน้ารองเท้าที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ
รวมถึงโลโก้ที่ปัจจุบันนำมาแปะตรงส้นมักนิยมเรียกกันว่า “หนวดของ Jack”
เพราะสามเหลี่ยม 2 อันที่ประกบกันนั่นเอง

รองเท้าได้รับความนิยม และโด่งดังมาก เมื่อซุปเปอร์สตาร์อย่าง James Dean
ได้หยิบเอามาใส่ในลุคลำลอง ทำให้รองเท้าดังระเบิดในปี 1955
และเปลี่ยนรูปแบบการใส่รองเท้า Jack Purcell จากในสนามแข่งกีฬา มาเป็น Street
Sneaker ในสมัยนั้นทันที
ปัจจุบันการจะหารองเท้า Jack Purcell คุณภาพดีๆ รุ่นเก่าๆ จาก USA
เป็นไปได้ยากมาก หนึ่งในประเทศที่ผลิตได้ดีที่สุดในยุคหลังๆ คือ Converse Japan
ซึ่งญี่ปุ่นได้มีการออก Collection
ภายในประเทศอย่างสม่ำเสมอและเป็นที่ต้องการในตลาดรองเท้าบ้านเราอย่างมาก
อีกประเทศที่เชื่อมั่นในคุณภาพการผลิตได้คือ อินโดนีเซีย
เป็นที่รู้กันในกลุ่มนักเลงรองเท้าว่าต้องต้องพลิกดูด้านในเพื่อหาข้อความ Made in
Indonesia กันเลยทีเดียว เพราะนอกจากผลิตได้ดีแล้ว
ญี่ปุ่นยังส่งผลิตรุ่นพิเศษจากที่นี่เป็นส่วนใหญ่ไปยังอินโดนีเซีย
จึงเชื่อได้ว่าคุณภาพรองเท้า Made in Indonesia ผ่าน QC ญี่ปุ่นแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *