ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยจักรี

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค
ไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น
“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมาโดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยจักรี ชุดประเภทที่ 5จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยจักรี
ชุดไทยจักรี ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวัง
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419ถือเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่ห้า
สำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้
ลักษณะของชุดไทยจักรี เป็นชุดไทยแบบห่มสไบท่อนบนห่มสไบชายเดียวปักดิ้นทอง เปิดบ่าข้างหนึ่ง
ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ
จะเย็บติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือมีสไบห่มต่างหากก็ได้
ชายสไบคลุมทิ้งชายด้านหลังยาวตามความเหมาะสม
ซิ่นตัดแบบหน้านาง มีจีบยกข้างหน้า มีชายพก
ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว คาดเข็มขัดไทยนอกจากนี้ ชุดไทยจักรี
ยังสามารถสวมใส่เครื่องประดับได้ตามสมควร อาทิเช่น ต่างหู
สร้อยคอ รัดแขน หรือ สร้อยข้อมือ
โดยแม้จะสามารถใช้ทั้งงานพิธีที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็
ได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมสวมใส่ในงานตอนค่ำ เช่น งานแต่งงาน หรือ
ราตรีสโมสร ที่ไม่เป็นทางการ
สรุปคือ ชุดไทยจักรี
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางก
ารในช่วงค่ำ ใช้ทั้งสไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้า ผ่าหลัง,
คอเสื้อเป็นแบบคอกลม, แขนเสื้อเป็นไม่มีแขน,
ลักษณะผ้าถุงคือมีหน้านาง และชายพก…

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยบรมพิมาน

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
จึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาคไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น
“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมาโดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยบรมพิมานชุดประเภทที่ 4 จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยบรมพิมาน
ชุดไทยบรมพิมาน ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมานเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่สี่
สำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ อาทิเช่นงานอุทยานสโมสร
งานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ หรือเป็นชุดเจ้าสาว
ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ ชุดไทยบรมพิมาน
จะตัดเย็บด้วยผ้ายกไหม หรือยกทองมีเชิง หรือยกทองทั้งตัวก็ได้
ตัดติดกันกับตัวเสื้อหรือเป็นเสื้อคนละท่อนก็ได้
ซิ่นจีบหน้ามีชายพกยาวจรดข้อเท้า ใช้เข็มขัดไทยคาดเสื้อคอกลม
ขอบตั้ง ผ่าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ และแขนยาวนอกจากนี้ ชุดไทยบรมพิมาน
ยังสามารถประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
สำหรับเข้าร่วมงานพิธีอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำได้
ลักษระที่ใช้ในการสวมใส่อาจใกล้เคียงกับ ชุดไทยอมรินทร์ที่ใช้ได้ทั้งเต็มยศหรือครึ่งยศ
เพียงแต่ดูมีความเป็นไทยแท้และสวยงามมากกว่า
สรุปคือ ชุดไทยบรมพิมาน
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ ไม่สวมใส่
สไบ แต่สวมเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหลัง, คอเสื้อกลม
ขอบตั้ง, แขนเสื้อเป็นแขนยาว และ ลักษณะผ้าถุง
เป็นแบบมีหน้านาง และชายพก…

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยอมรินทร์

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะ
ประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค
ไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น
“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมา โดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยอมรินทร์
ชุดประเภทที่ 3 จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยอมรินทร์
ชุดไทยอมรินทร์ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย
เป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่สามสำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ อาทิเช่น
งานเลี้ยงรับรองรับเสด็จ หรือ ไปชมละคร
โดยมีแบบเหมือนไทยจิตรลดา
ต่างกันที่ใช้ผ้าและเครื่องประดับหรูหรากว่า ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ ชุดไทยอมรินทร์
จะตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกดอกที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว
เสื้อเป็นคอตั้ง แขนยาว เสื้อกับซิ่นคนละท่อน ไม่ใช้เข็มขัด
แต่จะประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มองแล้วจะเป็นแบบกึ่งเต็มยศคือไม่เต็มยศเสียทีเดียว
นั่นทำให้ ชุดไทยอมรินทร์ถือเป็นชุดที่อนุโลมให้ผู้ที่เข้าร่วมงานพิธีในตอนค่ำ
แต่ไม่ต้องการคาดเข็มขัด สามารถสวมใส่ได้ง่ายส่วนผู้มีอายุจะใช้คอกลมกว้างๆ ไม่มีขอบตั้ง
รวมถึงแขนสามส่วนก็ได้ เพราะความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับที่จะใช้ให้เหมาะสมกับงาน
สรุปคือ ชุดไทยอมรินทร์
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ ไม่สวมใส่
สไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหน้าและติดกระดุม,
คอเสื้อกลม ไม่มีขอบ, แขนเสื้อเป็นแขนยาวหรือแขนสามส่วน และ
ลักษณะผ้าถุง คือ ไหม หรือ ซิ่นป้ายหน้า นั่นเอง…

แต่งตัวไปงานอย่างไรดี

หลายคนอาจจะเป็นบ่อย กับปัญหาที่ว่าจะแต่งตัวไปงานอย่างไรดีให้ดูดี และไม่แย่งซีนเจ้าของงาน
บางคนการเลือกชุดนั้นไม่ง่ายเลย ยิ่งถ้าชุดที่ชอบมากๆ แต่กลับมีปัญหาคือใส่ไม่ได้ หรือไม่เหมาะสมกับรูปร่าง
ยิ่งทำให้ขาดความมั่นใจ แต่อย่างไรก็ตามการจะแต่งตัวไปงานไหนๆ สิ่งทีต้องคำนึงคือ
สถานที่และความเหมาะสมของงานจึงจะถือว่าแต่งตัวได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง
บทความนี้จึงมาพูดถึงสิ่งที่ต้องคำนึงหากคุนต้องแต่งตัวเพื่อไปงานหรือโอกาสสำคัญต่างๆ เคล็ดลับไม่ยากเลย

1.งานแต่งงาน
โปรดรู้ไว้ว่าวันนี้เจ้าสาวต้องสวยที่สุดเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าแต่งตัวเกินหน้าเกินตาเจ้าสาวล่ะ สำหรับเพื่อน
ถ้ามีชุดเพื่อนเจ้าสาวให้ก็สบายไปเยอะ และควรเอาชุดไปเปลี่ยนด้วย สำหรับงานปาร์ตี้กลางคืน
แต่สำหรับแขกในงานการแต่งตัวไปงานแต่งแต่ละงานก็แตกต่างกัน เช่นงานกลางวันแบบไม่เป็นทางการ
ควรใส่เดรสสั้น หรือกระโปรงสั้น หรืองานกลางคืนแบบไม่เป็นทางการ ควรใส่ชุดเดรสค็อกเทล
หรือชุดเดรสสั้นแบบเรียบแต่หรู งานกลางวันแบบทางการ สามารถใส่เดรสสั้น หรือกระโปรงได้ แต่ควรเรียบขึ้น
สิ่งต้องห้ามเลยคือห้ามใส่สีขาวเป็นอันขาด เพราะเป็นสีสำหรับเจ้าสาวเท่านั้น และไม่ควรใส่สีดำ
เพราะไม่เหมาะสมกับงานมงคล และไม่ต้องกังวล ถ้าบังเอิญใส่ชุดสีเดียวกับเพื่อนเจ้าสาวหรือแม่เจ้าสาว
เพราะเราไม่รู้ล่วงหน้าได้เลยว่าใครจะใส่ชุดอะไรมา ควรใส่ชุดที่ออกแนวเรียบร้อยหน่อย
ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่เซ็กซี่เกินไป และควรดูบัตรเชิญด้วยเพราะทางเจ้าสาวอาจจะมีตรีมชุด หรือตรีมงาน

2.งานเลี้ยงพบเพื่อน
งานพบปะเพื่อนฝูงคงไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก แค่หาชุดให้ได้ธีมของงานก็เป็นพอ
แต่สำหรับงานเลี้ยงรุ่นที่ไม่มีธีมก็ควรดูที่สถานที่เป็นหลัก จากนั้นก็ดูว่าเป็นงานตอนกลางวัน หรือตอนกลางคืน
และระดับความหรูหราของสถานที่นั้นๆ เสื้อผ้าที่ใส่ควรเป็นชุดลำลอง
อาจเป็นเดรสสั้นผ้าบางเบาใส่คู่กับรองเท้าส้นสูงแบบที่สีเข้ากันกับชุด อาจจะเพิ่มเครื่องประดับ เช่น
สร้อยคอหรือกำไลข้อมือ และควรหาเวลาไปบำรุงผิวพรรณและชอปปิ้ง หาชุดที่ถูกใจเตรียมไว้ก่อน
และหากเจอเพื่อนที่ใส่ชุดมาเหมือนกันหรือคล้ายกันก็ไม่ต้องซีเรียสมาก

3.งานทำบุญ
หากพูดถึงงานทำบุญแล้ว แน่นอนว่าควรจะแต่งกายให้เรียบร้อยเข้าไว้จะดีที่สุด
และดูว่างานที่ไปนั้นเป็นงานบุญประเภทไหน เช่นงานบวช งานทำบุญบ้าน งานขึ้นบ้านใหม่
ชุดก็อาจแตกต่างกันไปเล็กน้อย รวมถึงดูความสำคัญของตัวเราเป้นหลักว่าเราสนิทกับเจ้าของมากน้อยเพียงใด
สีที่ใส่ควรเป็นสีเรียบๆ โทนอ่อน เช่นสีขาว ครีม ไม่ควรใส่สีที่ฉูดฉาดและโชว์สัดส่วนมากจนเกินไป
เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าในงานบุยนั้นจะต้องมีพระอยู่ในงาน รวมทั้งแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานอีกด้วย…

เทคนิคการแต่งตัวให้ดูแพง

1.แต่งตัวเรียบง่ายแบบลุค คุณหนูบอยๆ ด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว
และควรเลือโทนสีอ่อนๆเข้าไว้ แนะนำเลือกแมทช์ไอเท็มโทนสีใกล้เคียงกัน เช่น สีเอิร์ธโทน หรือสีโทนสุภาพ
เพราะจะทำให้ลุคดูเรียบหรู ราคาแพง
2.ดูดีด้วยสูทแบบเนี้ยบ
เสื้อโค้ทขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนหรือสีเบจ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดตู้
เพราะเมื่อไรหยิบขึ้นมาแมตช์กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินคลาสสิค หรือกระโปรงทรงดินสอด้วยแล้ว
ก็ทำให้ลุควันนั้นของคุณปังขึ้นมาทันที
3.ใช้สินค้าที่มีคุณภาพหน่อย
ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อแบรนด์เนมหรือของแพงๆแต่การใช้กระเป๋า เข็มขัด ผ้าพันคอ หมวกและพร็อพอื่นๆ
ที่ทำมาจากเนื้อผ้าและวัสดุที่ดี เมื่อนำมาสวมใส่กับเสื้อผ้าแล้วมันก็ทำให้ดูดีขึ้นได้ อีกอย่างของพวกนี้ทนทาน
ซื้อแพงหน่อยแต่ใช้นาน ก็ถือว่าคุ้ม
4.เลือกรองเท้าที่สดใสหรือเปลือย
สีเหลือง, สีฟ้า, สีแดงและสีนู้ด แมตช์กับเสื้อผ้าง่ายแถวใส่แล้วดูโก้สุดๆ
หรือหารองเท้าที่โทนใกล้เคียงกับสีผิวจะทำให้ดูดีขึ้นได้เลยทีเดียว
5.มีความแพงด้วยลูกไม้สีขาว
การใส่ลูกไม้บ้างในบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้แก่หรือเชยจนเกินไป แต่ต้องเป็นลูกไม้ที่คัตติ้งเนี้ยบนะ
ที่สำคัญควรเป้นสีขาวจะทำให้ลุคของคุณดูเป็นคุณหนูและแพงขึ้นเลยทีเดียว
6.ต้องมีเสื้อผ้าสีขาวติดตู้ไว้บ้าง
เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น และกางเกงยีนส์สีขาว เป็นเบสิคไอเท็มแถมมีอยู่ทุกบ้าน
และยังครีเอทลุคคุณให้ดูแพงแบบง่ายๆ ลองใส่เสื้อเชิ้ตขาวคู่กับกางเกงคูลอต หรือสกินนี่เท่ๆ
ก็ให้ลุคสาวมั่นแบบง่ายๆ อยากดูหวานก็ใส่ส้นสูง แต่ถ้าอยากดูแมนๆ เท่ๆ ก็ใส่สนีกเกอร์เลย
7.เปลี่ยนกระดุมเก่า การเปลี่ยนกระดุมก้ทำให้เสื้อผ้าสวยงามมากขึ้น ตัวอย่างเช่น
ชุดที่มีกระดุมพลาสติกไม่สวยงาม คุณก็เปลี่ยนมาใส่กระดุมโลหะจากเสื้อผ้าเก่าของคุณมาเปลี่ยนแทน
ก็ทำให้ชุดสวยดูแพงมีระดับขึ้นแล้ว
8.สปอร์ตเกิร์ล
เพิ่มความสปอร์ตให้กับชุด ด้วยรองเท้าผ้าใบสวยๆสักคู่
ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายดูลุคสปอตเกิร์ลขึ้นมาในทันที
9.แต่งโทนดำขาวเข้าไว้
หากไม่มีเสื้อผ้าจริงๆ ควรเลือกแมทชุดสีโทนดำขาวเข้าไว้ หรืออาจจะเลือกเสื้อผ้าที่คลุมโทน
จะทำให้คุณดูเรียบหนูและโก้ขึ้นมาทันที…

พร็อบแต่งตัวสุดฮิต2018

สำหรับผู้หญิงแล้วนั้น ความสวยงามต้องมาเป็นที่1 ทั้งเรื่องการแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผม
ทุกอย่างล้วนเป้นสิ่งที่ผู้หญิงขาดไม่ได้ เครื่องประดับหรือพร็อบก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้เสื้อผ้าเลยทีเดียว
เพราะจะบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ และยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกอีกด้วย
บทความนี้จะมานำเสนอพร็อบที่คุณสาวๆจะขาดไม่ได้เลย เมื่อต้องออกนอกบ้าน

1. ต่างหู
เชื่อหรือไม่ว่า การใส่ต่างหูทำให้คุณดูทันสมัยขึ้นทันที ไม่ว่าจะเป็นต่างหูเล็กติดหู หรือต่างหูที่ห้อยระย้า
ก็สามารถเสริมสร้างบุคลิกได้ดีทีเดียว แต่การใส่ต่างหูนั้นก็ควรเลือกต่างหูที่เข้ากับรูปหน้าของผู้ใส่
และควรให้แมทกับการแต่งกายในวันนั้น

2.นาฬิกา
สิ่งนี้เป้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย และเป็นสิ่งที่เรียกว่าสามารถเปลี่ยนลุคของคุณได้
นาฬกาก็มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ทั้งธรรมดา ไปจนถึงนาฬิกาแบรนด์เนมหรู
ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของผู้ซื้อใส่

3.แหวน
เป็นเครื่องประดับที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด เป็นที่นิยมของผู้หญิงจำนวนมาก
บางคนถ้าไม่ได้ใส่จะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองไปเลยทันที เหมือนมันขาดอะไรไปซักอย่าง
จึงเป็นเครื่องประดับสุดฮิตที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ชอบซื้อมาใส่

4.สร้อยคอ ทอง,เงิน
สร้อยสีทองจะช่วยอัพลุคให้ดูสวยเจิดจรัสน่ามอง แต่คุณควรต้องมีสร้อยเงินไว้ด้วยสักเส้น เพื่อให้แมทคู่กับทุกชุด
ซึ่งบางลุคนั้นสร้อยทองอาจะไม่เหมาะเสมอไป

5.หมวก
บางวันหากคุณแต่งตัวเบาๆ แต่อยากเพิ่มความชิคให้กับลุควันนั้น
คุณสามารถหยิบหมวกมาสักใบเพื่อเพิ่มความเก๋ให้กับชุดของคุณในวันนั้น หมวกยังมีให้เลือกอีกหลายรูปแบบ
เช่น หมวกเก็บ หมวกปีกรอบ ซี่งหมวกแต่ละแบบก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

6.ผ้าพันคอ
ถึงแม้ว่าอากาศเมืองไทยจะไม่ได้หนาว
แต่ผู้หญิงควรมีผ้าพันคอไว้ประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายเพื่อให้ดูดีได้เช่นกัน
ลองแมทผ้าพันคอกับลุคสบายๆในวันสบายๆ ก็เพิ่มสีสันให้กับการแต่งกายวันนั้นได้ไม่น้อยทีเดียว

7.รองเท้า
รองเท้าคือสิ่งที่บ่งบอกรสนิยม และการแต่งกายของลุคนั้น
เชาแต่งแนวสปอร์ตก็อาจสวมผ้าใบสักคู่เพื่อเพิ่มความเท่ห์ หรือหากอยากเป็นสาวหวาน คัทชูคือสิ่งที่ต้องมีติดไว้
โดยรองเท้าที่สวมใส่ควรเข้ากับบุคลิกของผู้สวมใส่ รวมถึงความเหมาะสมและลักษณะรูปร่าง เช่น
หากเป็นสาวขายาวอาจจะโชคดีหน่อย คือสวมใส่รองเท้าได้เกือบทุกแบบเลยก็ว่าได้
แต่หากเป็นสาวที่ช่วงขาไม่ได้ยาวมากนัก ก็อาจจะต้องเพิ่มความยาวให้กับช่วงขา ด้วยรองเท้าส้นสูง
หรืออาจใส่เป็นรองเท้าที่โชว์หน้าขาเพื่อทำให้ขาดูยาวขึ้นนั้นเอง…

แฟชั่นทริกดีๆกับการเลือกชุดไปงานแต่งงาน

งานที่คนเรามักจะให้ความสำคัญและชอบที่จะแต่งตัวหล่อๆสวยไปร่วมงานคืองานแต่งงาน
หรืองานมงคลสมรสและยิ่งทุกวันนี้บ่าวสาวได้จัดเต็มเรื่องช่างภาพ
และไฟทำให้การไปงานแต่งนอกจากที่เราจะแต่งตัวดีๆเป็นเกียรติแก่บ่าวสาวแล้ว เรายังมีโอกาสมีภาพสวยๆในงาน
หรือบางคนแจ็คพอตแตกได้คนรักจากการไปเป็นแขกในงานแต่งงานจนกลายเป็นคู่ถัดไปที่เข้าประตูวิวาห์ก็มีมาแล้วเพราะ
ฉะนั้นการเลือกชุดไปงานแต่งงานที่ถือว่าเป็นความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไปแล้ว
แม้ชุดไปร่วมงานแต่งสมัยนี้จะมีให้เลือกใส่เยอะแยะก็จริง แต่เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอาจจะกำลังคิดหนักกันอยู่
เพราะบางทีแบบก็สวยไม่ถูกใจ และบางทีก็ไม่รู้ว่าจะต้องแต่งตัวแบบไหนให้เข้ากับธีมของงาน
หรือแต่งแบบไหนให้ดูสวยเป๊ะแบบไม่แย่งซีนเจ้าสาว อันดับแรกต้องดูธีมของงานแต่งงานว่าชุดที่ควรใส่ไปควรจะเป็นสีไหน
แต่ถ้าหากงานแต่งนั้นไม่ได้กำหนดธีมก็ควรเลือกชุดโทนสีที่สุภาพเอาไว้ก่อน อย่างเช่น สีชมพู สีเขียวอ่อน สีเบจ สีทอง
เป็นต้น ทั้งนี้สีชุดที่ไม่ควรใส่ไปร่วมงาน ก็คือ สีขาว เพราะจะดูคล้ายกับสีชุดของเจ้าสาว และสีดำ
ซึ่งถือว่าเป็นสีที่ไม่เหมาะสำหรับงานมงคล เป็นต้น
สิ่งสำคัญคือ อย่าอลังการแย่งซีนเจ้าสาว เช่น ไม่ควรใส่ชุดสีแจ่ม ๆ (ยกเว้นเป็นธีมของงานแต่งที่กำหนดมา)
ไม่ควรแต่งหน้าจัดเกินไป ไม่ควรทำผมที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ ไม่ควรใส่เครื่องเพชรมากเกินไป
เพราะอย่าลืมว่าเราไปร่วมแสดงความยินดี ดังนั้นจึงต้องยกให้เจ้าสาวสวยที่สุดเอาไว้ก่อน
ชุดที่เหมาะสำหรับใส่ไปร่วมงานแต่งสำหรับสาว ๆ ควรจะเป็นชุดเดรส
หรือไม่ก็ชุดราตรีสั้นหรือราตรียาวแบบที่ดูสุภาพเรียบหรู
แต่ทั้งนี้จะเลือกใส่สั้นหรือยาวก็ควรที่จะดูจากรูปร่างของตัวเองเป็นหลัก หากสาว ๆ คนไหนที่รูปร่างสูงโปร่ง
การใส่ชุดราตรียาวจะทำให้คุณดูดี หรือถ้าใครที่ตัวเล็ก ๆ ชุดราตรียาวคงไม่เหมาะ อาจจะเลือกใส่เป็นชุดราตรีสั้นแทนได้
และที่สำคัญการไปงานแต่ง ไม่รวมยินดีไม่ใช่ไปขายของแม้ว่าเราจะโสดก็ตาม อย่าเลือกชุดที่เปิดเผยสัดส่วน เน้นรัดรูป
โชว์รูปร่าง หรือโป๊เกินไป เพราะจะถือว่าไม่เหมาะสมและเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงาน…

5เทคนิคเลือกกางเกงให้ “MIX & MATCH”

1. หุ่นทรงแครอท
หุ่นลักษณะนี้คือผู้หญิงที่มีช่วงล่างเล็กกว่าช่วงบน มีสะโพกและช่วงขาที่เล็ก ช่วงไหล่จะกว้าง
สาวๆที่มีหุ่นแบบนี้ควรเลือกกางเกงทรง Boot Cut เป็นทรงที่มีขาบานกว่ากางเกงทรงกระบอกนิดนึง
เพราะจะช่วยให้หุ่นคุณดูสวมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Boot Cut
แบบเอวสูงจะช่วยให้สาวๆดูมีทรวดทรงมากยิ่งขึ้นหรือจะเป็นกางเกงทรงบอลลูนก็น่าสนใจ
แต่ควรหลีกเลี่ยงกางเกงทรงสกินนี่ เพราะจะยิ่งให้สาวๆหุ่นแบบนี้สะโพกดูแคบกว่าเดิม
นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ เข้ากับเสื้อผ้าที่มีความพริ้วๆ สบายๆ ไม่เน้นดีเทลที่ช่วงไหล่
ไม่เช่นนั้นจะทำให้คุณดูไหล่กว้างกว่าเดิม

2. หุ่นทรงลูกแพร์
ผู้หญิงที่มีช่วงสะโพกที่ผายกว้าง แต่เอวเล็ก ส่วนไหล่จะค่อนข้างแคบ จึงควรเลือกกางเกงแบบที่ช่วยกระชับสะโพก
นั่นก็คือกางเกงเอวสูง เพราะจะช่วยเก็บสะโพกได้ดี แถมยังทำให้เอวดูเล็กลงได้อีกด้วย
หากคุณไม่อยากให้สะโพกดูเด่นเกินไป ควรหลีกเลี่ยงกางเกงทรงสกินนี่ที่ฟิตเปรี๊ยะ! ทรงที่เหมาะสมสำหรับสาวๆ
หุ่นลักษณะนี้จึงเป็น กางเกงทรงกระบอก และ ทรงบอยเฟรนด์
นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ เข้ากับเสื้อผ้าที่เน้นจุดสนใจไปอยู่ที่ช่วงบน เช่น การเลือกเสื้อคอลึก
จะทำให้ช่วงไหล่คุณดูกว้างขึ้น

3. หุ่นทรงนาฬิกาทราย
หุ่นทรงนี้ถือว่าเป็นลักษณะหุ่นที่สาวๆใฝ่ฝันกันมากที่สุด เพราะเป็นหุ่นที่เซ็กซี่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน
ถึงแม้ว่าหุ่นแบบนี้จะใส่กางเกงทรงไหนก็สวย แต่ทรงสกินนี่
ดูจะเป็นอะไรที่เหมาะสมกับสาวๆหุ่นทรงนาฬิกาทรายที่สุด เพราะทำให้คุณได้อวดรูปร่างอันสวยงามได้อย่างชัดเจน
นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ เข้ากับเสื้อผ้าได้หลายแบบ อาจมองหาเสื้อผ้าที่เข้ารูปมาสวมใส่
แต่ควรเลี่ยงเสื้อผ้าทรงกระสอบที่จะปิดบังสัดส่วนของคุณ

4. หุ่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
สาวๆ ที่มีหุ่นแบบนี้ อาจเรียกได้ว่า หุ่นผอมบาง ส่วนใหญ่มักจะเป็นสาวๆที่ไม่ค่อยมีหน้าอก
จึงถือได้ว่าหุ่นออกแนวแมนๆ สามารถเลือกใส่กางเกงได้หลากสไตล์ ใส่อะไรก็สวยพอๆกับสาวหุ่นนาฬิกาทราย
สกินนี่ก็เป็นทรงที่เหมาะสมกับสาวๆหุ่นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเอวสูง เอวต่ำ ก็ดูดี
แต่หากคุณไม่อยากดูผอมแห้งมากเกินไป กางเกงทรงบอลลูน หรือ ทรงบอยเฟรนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี
ทำให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น และอาจจะเลือกแบบที่มีดีเทลอย่างกระเป๋าเข้ามาช่วยเสริมให้สาวๆดูมีสัดส่วน
มีส่วนโค้งส่วนเว้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดีเทลกระเป๋าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้
นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ ใส่กับเสื้อผ้าที่มีจีบระบาย หรือมีดีเทลช่วงคอเสื้อ เพื่อดึงสายตามายังส่วนบนของร่างกาย
หากจะเลือกใส่คู่กับเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมก็ต้องเลือกแบบที่ชายเสื้อตกลงมาที่ช่วงเอวพอดี

5. หุ่นทรงแอปเปิ้ล
คือสาวๆสไตล์ที่ไม่มีเอว หรือแอบมีพุงยุ้ยๆ แต่ถึงจะดูเจ้าเนื้อ คุณก็สวยเริ่ดได้ ด้วยกางเกงทรงเอวสูง
เพราะมันคือทรงคู่ใจที่จะช่วยอำพรางให้สาวๆมีหุ่นที่เป๊ะขึ้น ช่วยเก็บเนื้อส่วนเกินได้ดี แถมยังช่วยให้ดูมีเอว
แต่อย่าเลือกสวมใส่แบบที่ฟิตเปรี๊ยะ เพราะจะยิ่งเป็นการเน้นให้เห็นเนื้อส่วนเกินชัด
หรืออาจจะเลือกเป็นกางเกงทรงกระบอกเอวสูงก็ดีงาม แต่อย่าใส่แบบเอวต่ำเด็ดขาด
เพราะจะทำให้ส่วนเกินของคุณปลิ้นออกมาได้
นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ กับเสื้อคอวี เสื้อคอรูปหัวใจ เสื้อคอลึก
เพื่อให้เป็นจุดดึงดูดความสนใจจากส่วนสะโพกอันอวบอิ่มมาอยู่ที่ส่วนบนแทน และยิ่งเป็นเสื้อแบบที่มีจีบ
หรือตะเข็บปิดหน้าท้อง ยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มความยาวให้ช่วงลำตัวได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ…

ไม่เคยเก่า!รู้จักแฟชั่นวินเทจที่ยังเก๋ทุกยุคทุกสมัย

การแต่งตัวปัจจุบันนี้มีมากมายหลายแนวเหลือเกิน แต่แนวที่ยังคงความเป็นอมตะแบบไม่มีวันตาย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย
การแต่งตัวแบบวินเทจ ยังคงได้รับความนิยมเสมอ และวันนี้เราจะมานำเสนอแฟชั่นการแต่งกายแบบวินเทจให้เริศและดูดี
วินเทจ (Vintage) คือ แฟชั่นแนวย้อนยุค หรือของเก่าที่เปรียบเสมือนการบ่มหมักไวน์ที่ยิ่งเก่ายิ่งเจ๋งยิ่งแพง
เป็นแนวแฟชั่นที่เรียกได้ว่ามีเพียงชิ้นเดียวเลยก็ว่าได้ ไม่ได้ทำหรือผลิตออกมาเป็นโหล
ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายทั่วไปตามร้านขายส่งต่างๆ และแม้ว่าคุณจะมีเงินมากมายเพียงใด
หากเป็นของวินเทจแล้วล่ะก็ไม่สามารถหาซื้อมาเก็บไว้ได้หลายๆ อัน
และนี่เองที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ของแฟชั่นที่เป็นวินเทจซึ่งไม่ซ้ำแบบใคร
และสามารถนำมาใช้ประยุกต์ให้เข้ากับความเป็นตัวของเราเองในแบบสวยไม่ซ้ำ
ทำให้มีหลายคนเลยทีเดียวที่ชอบแฟชั่นแนวนี้
หลายคนที่ชอบสไตล์วินเทจ
เนื่องจากมีความสนุกกับการนำของวินเทจมาประยุกต์ใช้ให้ดูสวยงามและแปลกตาในแบบที่ไม่ซ้ำใครอีกต่างหาก
ทำให้สิ่งของนั้นมีคุณค่าในตัวเอง ประกอบออกมาแล้วสวยงามดูเข้ากันไม่ขัดตา แม้ว่าจะเป็นของที่เก่าสไตล์วินเทจก็ตาม
ทำให้หลายคนรู้สึกอยากเก็บสะสมไว้
ไม่มีการคอนเฟิร์มแน่ชัดว่า เสื้อผ้าวินเทจ นั้นต้องเป็นเสื้อผ้าแบบไหน หรือต้องแต่งตัวแบบไหนที่เรียกว่า วินเทจ
โดยส่วนมากแล้วของที่เรียกว่า วินเทจ คือของที่มาจากยุค 80’s หรือเก่ากว่านั้น จะ แต่งตัววินเทจให้เก๋ อย่า Mix and
Match ไอเทมที่มาจากยุคเดียวกันทั้งตัว เพราะมันจะทำให้คุณดูเหมือนหลุดออกจากหนังโบราณ คอสตูมเป๊ะ ลอง Mix
and Match ไอเทมจากหลายๆยุคดีกว่า เพราะไอเทมแต่ละชิ้นแต่ละช่วงปีนั้นมีเสน่ห์ในตัวของมันที่แตกต่างกัน เช่น ยุค
20’s ไอเทมที่ฮิตเว่อร์ ทุกคนใส่ คือ ชุดเดรส Flapper คือชุดเดรสทรงตรง แบบไม่เข้ารูป มีปักหมุด หรือ เลื่อมวิบวับ ยุค
60’s-70’s ยุคฮิปปี้ เสื้อเชิ้ตลายลูกน้ำ กางเกงขาม้า หรือลาย Peace สันติภาพในเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ
เสน่ห์ของ Vintage Fashion คือแบบที่แต่งแล้วไม่ซ้ำใครแต่จะได้คะแนนเต็ม
ก็ตรงที่การเลือกมาประยุกต์เป็นตัวของเราเอง นี่สิกินขาด แบบ”สวยไม่สน” เพราะไม่มีทางที่ใครจะมาซ้ำกับคุณได้เลย อย่าลืม
shopping ทุกครั้ง ลองแนว Old & New มาผสมกันมันล้ำกว่ากันเป็นไหนๆ
การเลือกซื้อเสื้อผ้าของคุณจะไม่เสียเปล่าแถมยังเพิ่ม Value ได้อีกต่างหาก ถ้าคุณสามารถเลือกสรร
และเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เชื่อสิ Fashion หมุนเวียนไปเดี๋ยวก็มา ตอนนี้คุณก็เดาออกแล้วใช่ไหมคะว่า Trend
ของซีซั่นหน้าจะเป็นอะไร…

แฟชั่น.การแต่งตัว.7 นักร้องใน ยุค90 ที่ต้องแต่งตัวตามกันเป็นแถว

ในช่วงยุค 90 แฟชั่นในสมัยนั้นมีหลากหลายสไตล์ ซึ่งศิลปิน นักร้อง
ในสมัยนั้น มีอิทธิพลต่อการแต่งอย่างมาก มาดูกันว่ามีใครบ้างที่ แฟนเพลง
ต้องแห่กันแต่งตัวตามกันเป็นถว

1. อัสนี-วสันต์
เจ้าของฉายาจิ๊กโก๋อกหักแล้ว
การแต่งตัวอันเรียบง่ายแต่เท่ของสองพี่น้อง อัสนี-วสันต์ ก็ได้รับความนิยมด้วย
โดยในยุคแรกนั้นทั้งสองคนได้แต่งตัวด้วยลุคกางเกงยีนเสื้อยืดสีขาวจนทำให้แฟน
เพลงของทั้งสองหันมาแต่งตามกันเยอะมาก
และเมื่อทั้งสองได้เปลี่ยนลุคมาใส่เสื้อดำ
แฟนเพลงหลายๆคนก็หันมาใส่เสื้อสีดำตามศิลปินที่พวกเขารักเช่นกัน

2. เต๋า สมชาย
ในอดีตนั้น เต๋า สมชาย
ก็เป็นศิลปินอีกคนหนึ่งที่มีการแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ด้วย
เพราะเขามักจะมากับเสื้อลายสก็อตและผ้าโพกหัว
ที่มาพร้อมผมทรงแสกกลางในสไตล์วัยรุ่นตะวันตกตามคอนเซ็ปของอัลบั้ม
ซึ่งการแต่งตัวที่เท่ของเต๋านั้นก็ทำให้วัยรุ่นหลายๆคนในยุคนั้นต้องแห่ซื้อเสื้อผ้าตามกันเป็นขบวน

3. แร็พเตอร์
วงแร็พเตอร์ นำโดย หลุยส์ จอนนี่
โดยนอกจากทั้งสองจะนำเเนวเพลงแร็พและป๊อปแบบตะวันตกมาให้ชาวไทยได้รู้จักแล้ว
พวกเขายังมาพร้อมการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาด แจ๊กเก็ตสีจัดจ้าน
และผมที่ทำสีทูโทน จนศิลปินร่วมค่ายหลายๆคนก็นำสไตล์ดังกล่าวมาใช้ด้วย
และนอกจากการแต่งตัวแล้ว
งานอดิเรกของทั้งสองหนุ่มอย่างการเล่นโรลเลอร์เบลดและสเก็ตบอร์ดก็ได้รับความนิยมด้วย

4. ทาทา ยัง
สาวน้อยมหัศจรรย์อย่าง ทาทา ยัง
นั้นเป็นอีกศิลปินที่มีการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์มาก
โดยในยุคนั้นเธอได้มาพร้อมหมวก เสื้อโซนิค กางเกง Oversize
และรองเท้าผ้าใบสลับสี ที่แสดงความน่ารักของเธอออกมาได้อย่างชัดเจน

5. ไทรอัมพ์ส คิงดอม
ไทรอัมพ์ส คิงดอม พวกเธอก็มีการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์มาก
ทั้งชุดสายเดี่ยว
เกาะอกและร้องเท้าส้นตึกที่ทำให้ผู้ใหญ่ในยุคนั้นต้องเครียดเมื่อได้เห็น
ซึ่งลุคของโบและจอยซ์ในสมัยนั้นก็เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นไม่แพ้เพลงฮิตของพวก
เธอเลย โดยในยุคนั้นนอกจากไทรอัมพ์ส คิงดอมแล้ว

6. นาตาลี-แจ๊สกี้
ทั้งสองคนก็เปิดตัวมาด้วยลุคสาวน้อยสดใสที่มาพร้อมทรงผมที่ตกแต่งด้วยล
วดสปริงติดผม
จนทำให้ไอเท็มดังกล่าวได้รับความนิยมมากจนทำให้แม่ค้าหลายคนต้องนำลวดแ
บบดังกล่าวมาวางขายหน้าโรงเรียนในยุคนั้น

7. ไบรโอนี่
ไบรโอนี่ เคท นั้น
ได้มาพร้อมกับทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์จนทำให้แฟนเพลงตั้งฉายาเธอว่า
นักร้องมีเขาจนปัจจุบันนี้ ซึ่งหลังจากอัลบั้มแรก
ไบรโอนี่ก็ได้เปลี่ยนลุคเป็นสาวผมสั้นและมาพร้อมเพลงที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
แต่แฟนเพลงก็ยังคงชื่นชอบการแต่งตัวและผลงานเพลงของเธอไม่เปลี่ยนแปลง…