สล็อตและคาสิโน

สล็อตและคาสิโน

สล็อตคาสิโนเป็นที่ชื่นชอบของนักพนันจำนวนมากที่มีกลยุทธ์กฎและเดิมพันขนาดเล็กสำหรับการเล่น ดังนั้นด้วยการสร้างเกมออนไลน์จำนวนมากของนักเล่นเกมที่ไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมห้องเล่นการพนันที่เกิดขึ้นจริงและเล่นเกมได้รับการเข้าถึงโลกของช่องเสมือน สล็อตคาสิโนแต่ละตัวจะถูกกำหนดเป็นอัตราการจ่ายเงินหรือเปอร์เซ็นต์คืนทุนเมื่อพวกเขารวมกันที่โรงงาน ดูสิ่งที่คาสิโนไม่สามารถซื้อชุดของเครื่องสล็อตที่เปอร์เซ็นต์การคืนทุนที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่เป็นทั้งค่าเฉลี่ยออกไปเป็นจำนวนที่รู้จักกัน

คาสิโนออนไลน์ยังกำหนดคืนทุนที่สูงขึ้น คุณจะได้รับเงินคืนเกือบ 98% ของเงินทุกครั้งที่คุณใช้จ่ายในเครื่องสล็อต สล็อตออนไลน์ง่ายมากที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเข้าใจหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ เพียงแค่ออกไปที่นั่นและหมุนวงล้อ เกมสล็อตออนไลน์มักมีช่องจ่ายเงินหลายช่อง และเมื่อคุณเล่นกับทุกคนคุณจะมีโอกาสมากขึ้นในการชนะ

เจ้าของสล็อตออนไลน์ให้คุณเรียนรู้คำศัพท์ที่จำเป็น ในฐานะที่เป็นสามารถมองเห็นได้ทุกอย่างอยู่ในมือของคุณเพียงแค่กล้าหาญและไปข้างหน้าเพื่อชนะในเกมสล็อตคาสิโนฟรี! สล็อตออนไลน์ดูเหมือนจะกลายเป็นความนิยมครั้งใหญ่ในปัจจุบัน ทุกคนกำลังทะเลาะกันเพื่อหาไซต์ใหม่ด้วยเกมคาสิโนที่ดีที่สุด สล็อตออนไลน์หารากเหง้าในประวัติศาสตร์อเมริกันอย่างแท้จริง ชายคนหนึ่งชื่อ Charles Fey ได้สร้างฟอร์มต้นแบบของเกมนี้ตลอด 2430 ในซานฟรานซิสโกรัฐแคลิฟอร์เนีย

สล็อตออนไลน์ไม่ล่อลวงน้อยลง สล็อตออนไลน์ขึ้นอยู่กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวนสุ่มซึ่งทำให้การหมุนแต่ละครั้งเป็นไปอย่างอิสระจากรายการก่อนหน้านี้ การหมุนแต่ละครั้งเป็นสปินใหม่และสร้างขึ้นแบบสุ่ม สล็อตคาสิโนออนไลน์หลวม เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าไม่มีพนักงานสล็อตจ่ายและภาษีที่ต่ำกว่าพวกเขาจึงจะสามารถจ่ายเงินให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

สล็อตคาสิโนออนไลน์เป็นรูปแบบที่น่าตื่นเต้นสำหรับการเล่นการพนันที่ให้โอกาสคุณในการชนะเดิมพันเดิมหลายครั้ง สล็อตเหล่านี้มีหลายประเภทที่ผู้เล่นควรตรวจสอบดูตารางเวลาการจ่ายเงินในเครื่องและมองไปที่ตารางการจ่ายเงินครั้งแรกและใส่ใจกับพวกเขา คาสิโนออนไลน์จะเรียกใช้การแข่งขันสล็อตเพื่อให้ผู้เล่นทุกคนเข้าด้วยกันและเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่และปิดราคาที่แน่นอน การแข่งขันม้วนฟรียังเป็นที่นิยมเพราะแม้ว่าพวกเขาจะมีอิสระที่จะเข้าร่วมได้รับเงินจริง! สล็อตคาสิโนออนไลน์ทำให้สามารถเล่นและเล่นการพนันได้จากความสะดวกสบายของบ้าน ถ้าคุณต้องการเล่นสล็อตคาสิโนคุณจะไม่ต้องเรียนรู้กฎหรือเทคนิคใด ๆ คุณเพียงแค่ต้องคลิกและรอโชคดี

เอาใจคนไซส์บิ๊ก! เสื้อผ้าแฟชั่นใส่อย่างไรให้ไม่อ้วน


ปัญหาใหม่สำหรับคนอ้วนหรือสาวเจ้าเนื้อทั้งหลาย คือตัวเลือกในการใส่เสื้อผ้า
เพราะต้องเน้นเสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ ที่ดีไซน์มักดูไม่สวย ไม่แฟชั่น
แต่คนอ้วนก็อยากที่จะสวมใส่เสื้อผ้าแฟชั่นอย่างคนอื่นๆ บ้าง
วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับคนอ้วนกับเสื้อผ้าแฟชั่นจะใส่อย่างไรให้ไม่อ้วนมาฝากกัน

  1. สีสันสดใสก็ใส่ได้ ไม่ต้องเข้มเสมอไป
    บางคนคิดว่าเสื้อผ้าสีเข้มเหมาะกับคนอ้วน แต่ความจริงไม่จำเป็นเสมอไป
    เพราะยิ่งอำพรางยิ่งทำให้ดูอ้วนมากขึ้น เรามาสวมเสื้อผ้าแฟชั่นสีสดใสหรือสีพาสเทล
    ซึ่งจะทำให้ดูดีกว่าเสื้อผ้าสีเข้มเยอะเลย
  2. เน้นเสื้อลายทางหรือแบบเฉียงๆ
    เป็นที่รู้กันดีว่าการสวมใส่เสื้อผ้าลายขวางในแนวนอนจะทำให้ยิ่งดูอ้วนมากขึ้น
    แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าลายทางหรือแบบเฉียงๆ จะดูดีกว่า
  3. เสื้อแขน 3 ส่วนแทนแขนยาว
    ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกสวมเสื้อแขน 3 ส่วน เพราะจะดูดีกว่าเสื้อแขนยาวอย่างแน่นอน
    และควรมีสีสันสดใส ฉูดฉาดเพื่อกลบเกลื่อนทรวดทรงที่ไม่สวย
  4. เน้นผ้ายืด ไม่รัด หรือผ้าพลิ้วๆ
    ลักษณะผ้าควรเป็น ผ้ายืด เพื่อไม่รัดหุ่นจนเกินไป หรือผ้าพลิ้วๆ ทิ้งตัว
    ที่วางผ้าแบบเฉลียง ควรเน้นเนินอกแล้วเริ่มพลิ้วออกทีละนิด ขนานไปกับร่างกาย
    จะดูเหมือนพอดีตัว
  5. อยากหน้าเรียวยาวให้ใส่เสื้อคอวี
    ถ้าไม่อยากให้หน้าดูใหญ่ ดูบาน หรืออ้วนเกินไปควรเลือกใส่เสื้อที่เป็นคอวี
    หรือคอเชิ้ตจะช่วยเพิ่มความยาวของใบหน้าและลำคอได้
  6. ใส่กางเกงขาม้าเพื่อความผอม
    หากต้องการสวมใส่กางเกงแนะนำกางเกงขาม้า เพราะจะทำให้รูปร่างผอมเพรียวขึ้น
    และไม่ควรเอาเสื้อใส่ในกางเกงหรือกระโปรง
  7. ขาเพรียวด้วยกระโปรงตรง ทรงกระบอก
    กระโปรงทรงตรง หรือทรงกระบอก ความยาวเหนือเข่า จะทำให้ดูขาเพรียวขึ้น
  8. ก้นกระชับด้วยกางเกงรัดรูปสีดำ
    ควรสวมใส่กางเกงรัดรูปสีดำเพื่อให้มองดูก้นกระชับสำหรับสาวก้นใหญ่
    และให้ใส่เสื้อสีโทนร้อน แรง เพื่อเพิ่มสีสัน
  9. บอกลารองเท้าส้นตึก
    รองเท้าที่สวมใส่ควรเป็นรองเท้าส้นสูง หัวแหลม ๆ ช่วยให้คุณดูเพรียวขึ้น
    ไม่ควรเป็นรองเท้าส้นตึกอย่างเด็ดขาด
    หากสาวเจ้าเนื้อคนไหนยังไม่มีเทรนด์ในการแต่งตัว
    ลองเอาแนวทางการเลือกเสื้อผ้าที่เราแนะนำในวันนี้ไปสวมใส่ดู
    รับประกันว่าไม่ว่าก็ใครสวมใส่แล้วดูดีได้ในแบบฉบับของตัวเองจริงๆ เพิ่มความมั่นใจ
    และดูดีไปพร้อมๆ กัน

เทคนิคการดูแลเสื้อผ้าให้ใช้งานได้นานขึ้น

หลายคนคงอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมเสื้อผ้าบางตัวถึงมีอายุการใช้งานที่
น้อย ทั้งที่คุณเพิ่งที่จะซื้อมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของขาดฉีกขาด
รวมไปถึงสีตกและอื่นๆอีกมากมาย
จนทำให้เกิดอาการเสียอารมณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะว่าใช้งานยังไม่ทันจ
ะคุ้มค่าเลย
ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการดูแล
ที่อาจจะไม่ถูกวิธีสำหรับเสื้อผ้าบางชนิด
เพราะฉะนั้นเราจึงควรรู้วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง
ซึ่งก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันออกไป
วันนี้เรามีเทคนิคจะมาแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้าให้ใช้งานได้นานขึ้
น จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทอง
ซื้อใหม่อยู่บ่อยๆลำดับแรกคงจะต้องพูดถึงการซักเสื้อผ้าให้สะอาด
ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆขั้นตอนแรกดังนี้
1.การแยกเสื้อผ้าซัก

คุณอาจคิดว่าการซักผ้าสีอ่อนเล็กน้อยปนไปกับผ้าขาวนั้นจะไม่ทำให้ผ้า
หมอง แต่ที่จริงแล้ว
สีเพียงเล็กน้อยจากผ้าก็อาจทำให้ผ้าขาวดูหมองลงได้
เพราะนอกจากแยกผ้าขาวออกจากผ้าสีแล้ว
คุณก็ควรแยกซักตามเนื้อผ้าด้วย
โดยแยกผ้าที่หลุดรุ่ยได้ง่ายออกจากผ้าที่มีรูให้เส้นใยเข้าไปเกี่ยวได้
เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ จะได้ไม่เข้าไปพันกันจนผ้าเสียหาย ยิ่งไปกว่านั้น
ควรกลับเสื้อผ้าด้านในออกมาข้างนอกก่อนซักด้วย
เวลาที่เสื้อผ้าถูกเสียดสีจนเป็นรอยจะได้เป็นแค่ด้านในที่มองไม่เห็นเวลา
ใส่เท่านั้น
2.เสื้อบางชนิดเหมาะกับการซักมือ

เสื้อผ้าบางชนิดก็มีความเบาะบางที่ไม่เหมือนกับตัวอื่นๆ
ทำให้การซักมือนั้นคือเทคนิคที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่นเสื้อฟุตบอล
ที่เป็นปัญหากันมากในยามที่ซักเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของป้ายต่างๆ
ที่หลุดร่อน
3.การเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสม
ผ้าแต่ละชนิดมีวิธีดูแลรักษาแตกต่างกันไป เช่น
ผ้าอะครีลิกควรใช้น้ำอุ่นซักเท่านั้น
ในขณะที่ผ้าลูกไม้ควรใส่ถุงตาข่ายก่อนเข้าเครื่องซัก
เพื่อไม่ให้ไปเกี่ยวกับผ้าชิ้นอื่นจนขาดหมด
คุณจึงควรอ่านฉลากที่บอกวิธีดูแลให้เรียบร้อย
4.แยกชุดตัวโปรดของคุณ
การแยกเสื้อผ้าแต่ล่ะชนิดออกจากตู้
หรือแบ่งกั้นเอาไว้ก็เป็นเรื่องสำคัญ
เสื้อผ้าบางตัวนั้นต้องดูแลเป็นพิเศษยกตัวอย่างเช่น เสื้อสูท
ที่ควรจะใส่ถุงคลุมเสื้อเพื่อไม่ให้เสียดสีกับเสื้อตัวอื่น
หรือเกี่ยวกับเศษไม้ในตู้จนเสียหาย
5.กลับเสื้อผ้าก่อนซัก
การกลับเสื้อผ้าก่อนซัก ด้านในออกด้านนอกก่อนซัก
วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้สีผ้าซีดเร็ว โดยเฉพาะกับผ้าสีดำหรือเข้ม
นอกจากนี้การใช้
น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยในน้ำขณะแช่ผ้าจะช่วยป้องกันไม่ให้สีตกได้อีกด้ว
ย…

เดทแรกสำคัญเสมอ มาดูวิธีแต่งตัวที่จะทำให้อีกฝ่ายประทับใจ

เดทแรกถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งผู้หญิงหรือผู้ชาย
เพราะจะเป็นการสร้างความประทับใจให้กับอีกฝ่าย
ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีการแต่งตัวให้เหมาะสมกัน

สำหรับผู้หญิงนั้นอาจจะมีเรื่องให้ค่อนข้างคิดเยอะ
เพราะรู้กันอยู่ว่าเสื้อผ้าที่มีไว้ให้ผู้หญิงเลือกใส่นั้นมันมีมากมายหลากหลายประเภ
ทเหลือเกิน ถ้าเกิดว่ายังเกิดอาการลังเล เลือกไม่ถูกว่าจะใส่ชุดแบบไหน
ให้เลือกง่ายๆ ไปเลยว่าเป็นชุดเดรสก็แล้วกัน เพราะว่าเป็นชุดที่ใครใส่แล้วก็ดูดี
อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าทะนุถนอมในสายตาผู้ชายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าเดทแรกนั้นเป็นสถานที่ที่ดูแล้วต้องเดินเยอะพอสมควร
เช่นไปเที่ยวสวนสาธารณะหรือว่าสวนสนุก การที่ผู้หญิงจะมามัวห่วงสวย
ใส่รองเท้าส้นสูงไปเดทคงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก
เพราะอาการปวดเมื่อยนั้นจะตามมาอย่างแน่นอนเมื่อเดินไปสักระยะ
แถมยังจะทำให้ฝ่ายชายกระอักกระอ่วนใจที่จะเที่ยวต่ออีกด้วย

ดังนั้นถ้ามั่นใจแล้วว่าเดทนี้เดินเยอะแน่ก็ให้ลองหารองเท้าผ้าใบสวยๆ
สักคู่ที่ดูแล้วเข้าท่าใส่ไปก็ได้
ไม่แน่ว่าถ้าหากหนุ่มที่เดทด้วยเห็นว่าเราสามารถเดินเที่ยวได้เรื่อยๆ ไปไหนไปกัน
เดทต่อไปอาจจะตามมาในอีกไม่นานเกินรอ

สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยในเดทครั้งต่อๆ ไป
ให้ลองศึกษาจากความชอบของฝ่ายชาย
ลองหมั่นสังเกตดูว่าเขาชอบให้เราแต่งตัวสไตล์ไหน
เราก็พยายามปรับให้ไปในทางนั้นโดยที่ต้องไม่สูญเสียความเป็นตัวตนของเรา
หาจุดที่สมดุลที่สุด แล้วทุกอย่างจะไปได้อย่างราบรื่น

สำหรับฝ่ายชายนั้น เรื่องของเสื้อผ้าในเดทแรกก็สำคัญพอๆ กัน
โดยให้ดูจากสถานที่ที่นัดเดทเป็นหลัก

ส่วนใหญ่แล้วกางเกงยีนส์นี่แหละคือไอเท็มที่สำคัญที่สุด
เพราะแต่งตัวเข้ากับอะไรก็ได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าเป็นทรงที่ค่อนข้างพอดีตัว
ไม่คับไม่หลวมจนเกินไป เชื่อเลยว่าฝ่ายหญิงจะต้องมองเราในแง่บวกแน่นอน

ไอเท็มเสริมที่สำคัญก็อย่างเช่นนาฬิกาข้อมือ ให้เลือกแบบที่ดูดีเข้ากับตัวเรา
ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปซื้อแบรนด์หรูๆ
ขณะที่รองเท้าที่สวมใส่ก็ไม่ต้องให้มันเป็นทางการมาก รองเท้าผ้าใบทั่วๆ
ไปนี่แหละดีที่สุด เลือกให้เข้ากับชุดที่ใส่ในวันนั้นก็พอแล้ว

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่ที่ตัวเราเองว่าจะเลือกสวมใส่อะไรแบบไหนที่คิดว่าเหมาะสมที่
สุด เพราะว่าคำแนะนำก็คือคำแนะนำ ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอ
ยังไงก็ขอให้โชคดีกับเดทแรกกันทุกคนก็แล้วกัน…

อยากดูรวยด้วยการแต่งตัว มีเคล็ดลับให้ต้องทำตามกันดังนี้เลย

การแต่งตัวนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพของเรา
บางคนที่ไม่ได้มีฐานะดีอะไรนักก็สามารถดูรวยขึ้นมาได้
ด้วยการแต่งตัวเพียงอย่างเดียวนี่แหละ มันมีเคล็ดลับดังนี้เลย

ก่อนอื่นให้เน้นไปที่โทนสีของเสื้อผ้าที่จะใส่ก่อน ถ้าจะเอาให้เซฟสุดๆ
ก็ให้เน้นที่โทนสีขาว-สีดำเอาไว้ นี่คือชุดสีที่สามารถใส่เข้ากับอะไรก็ได้ง่ายๆ
แถมยังดูแพงอีกด้วย มันจะช่วยให้ผู้ใส่สามารถคุมโทนการแต่งกายได้
ไม่ใช่ว่านึกอยากจะหยิบอะไรมาใส่ก็ใส่
หรือถ้าใครที่ต้องการเพิ่มเติมสีสันเข้าไปหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องยาก

เพราะว่าการแต่งกายแบบเน้นสีสันนั้นก็สามารถทำให้ดูแพงได้เช่นกัน
เพียงแต่ว่าต้องจับคู่เสื้อผ้ากับรองเท้า รวมไปถึงไอเท็มเสริมต่างๆ ให้เข้ากันดี
พยายามเลือกโทนสีที่ใกล้เคียงกัน
ถ้าอยากจะแต่งแนวสุภาพเรียบร้อยก็ให้เป็นไปในทางนั้นไปเลย
หรือว่าถ้าอยากแต่งแนวเอิร์ธโทนก็ให้เป็นไปตามนั้น

สำหรับผู้ชายแล้ว
การใส่เสื้อเชิ้ตนั้นถือว่าเป็นไอเท็มสำคัญที่จะทำให้ดูสุภาพเรียบร้อย
และดูดีขึ้นมาได้ แต่ถ้าอยากให้ดูแพงก็ควรต้องเน้นไปที่ไอเท็มเสริมบ้าง
อย่างเช่นนาฬิกา ไม่ได้บอกให้ต้องไปหาซื้อเรือนละเป็นแสนเป็นล้านมาใส่
แต่ขอให้เป็นนาฬิกาที่ดูดี
ไม่ใช่แบบที่มองปราดเดียวแล้วรู้เลยว่าซื้อมาจากตลาดนัดแน่ๆ
นี่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราดูรวยขึ้นมาได้

ขณะที่ผู้หญิง ไอเท็มเสริมที่จำเป็นก็คงจะเป็นกระเป๋าถือ
ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบรนด์เนมแพงๆ เช่นกัน
แต่ควรต้องเป็นดีไซน์ที่ดูแล้วไม่เกร่อ
ถือแล้วสามารถเดินเชิดหน้าชูตาได้อย่างมั่นใจ
นี่แหละคือเคล็ดลับสำหรับฝั่งผู้หญิง

ไอเท็มเสริมอื่นๆ
อย่างเช่นแว่นกันแดดก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำตัวให้ดูมีลุคเหมือนคนมีฐาน
ะ มันสามารถใช้ได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ข้อความระวังสำหรับคนที่ต้องการแต่งตัวให้ดูแพงคือ
ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องไปซื้อเสื้อผ้าแบรนด์แพงๆ มาใส่
ในที่นี้หมายถึงใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
เพราะมันจะดูพยายามแต่งให้ตัวเองดูรวยมากจนเกินไป
อีกทั้งถ้าบุคลิกไม่ให้แล้วล่ะก็
คนภายนอกอาจจะมองว่าเราซื้อของปลอมมาใส่อีกต่างหาก
ความพอดีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความมั่นใจของเราเอง
สังเกตได้ว่าคนรวยทั้งหลายจะมีบุคลิกมั่นใจในตัวเองแบบสุดๆ
นี่คือสิ่งที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเราได้อีกด้วย
ถ้ามีความมั่นใจบวกกับการแต่งกายที่ใช่
เชื่อได้เลยว่าเราจะดูรวยดูแพงขึ้นมาแน่นอน…

แต่งกายให้ดูภูมิฐาน

1.เลือกโทนสีอ่อนหรือสีเบจ และเลือกแมทช์ไอเท็มโทนสีใกล้เคียงกัน เช่น สีเอิร์ธโทน หรือสีโทนสุภาพ
เพราะจะทำให้ลุคดูเรียบหรู ราคาแพง
2.อย่านุ่งสั้นจนเกินไป หรือคับจนเกินไป
แฟชั่นที่แบบรัดติ้วทั้งบนทั้งล่าง ที่คิดว่าเซ็กซี่ แต่งไปแล้วดูไม่แพงสุด ๆ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่รัดได้
แต่อย่าฟิตทั้งบนทั้งล่าง ถ้าจะเลือกเสื้อรัดก็ให้ใส่กางเกงหรือกระโปรงที่หลวม ๆ ที่มีระบาย
แต่ถ้าอยากใส่กางเกงหรือกระโปรงรัด เสื้อด้านบนก็ควรหลวม
3.ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ แบรนเนม
ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อแบรนด์เนมหรือของแพงๆแต่การใช้กระเป๋า เข็มขัด ผ้าพันคอ หมวกและพร็อพอื่นๆ
ที่ทำมาจากเนื้อผ้าและวัสดุที่ดี เมื่อนำมาสวมใส่กับเสื้อผ้าแล้วมันก็ทำให้ดูดีขึ้นได้ อีกอย่างของพวกนี้ทนทาน
ซื้อแพงหน่อยแต่ใช้นาน ก็ถือว่าคุ้ม
4.เลือกรองเท้าที่สดใสหรือเปลือย
สีเหลือง, สีฟ้า, สีแดงและสีนู้ด แมตช์กับเสื้อผ้าง่ายแถวใส่แล้วดูโก้สุดๆ
หรือหารองเท้าที่โทนใกล้เคียงกับสีผิวจะทำให้ดูดีขึ้นได้เลยทีเดียว

5.ลูกไม้สีขาว
การใส่ลูกไม้บ้างในบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้แก่หรือเชยจนเกินไป แต่ต้องเป้นลูกไม้ที่คัตติ้งเนี้ยบนะ
ที่สำคัญควรเป้นสีขาวจะทำให้ลุคของคุณดูเป้นคุณหนูและแพงขึ้นเลยทีเดียว
6.เสื้อผ้าสีขาว
เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น และกางเกงยีนส์สีขาว เป็นเบสิคไอเท็มแถมมีอยู่ทุกบ้าน
และยังครีเอทลุคคุณให้ดูแพงแบบง่ายๆ ลองใส่เสื้อเชิ้ตขาวคู่กับกางเกงคูลอต หรือสกินนี่เท่ๆ
ก็ให้ลุคสาวมั่นแบบง่ายๆ อยากดูหวานก็ใส่ส้นสูง แต่ถ้าอยากดูแมนๆ เท่ๆ ก็ใส่สนีกเกอร์เลย
7.เปลี่ยนกระดุมเก่า
การเปลี่ยนกระดุมก้ทำให้เสื้อผ้าสวยงามมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ชุดที่มีกระดุมพลาสติกไม่สวยงาม
คุณก็เปลี่ยนมาใส่กระดุมโลหะจากเสื้อผ้าเก่าของคุณมาเปลี่ยนแทน ก็ทำให้ชุดสวยดูแพงมีระดับขึ้นแล้ว
8.สปอร์ตเกิร์ล
เพิ่มความสปอร์ตให้กับชุด ด้วยรองเท้าผ้าใบสวยๆสักคู่
ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายดูลุคสปอตเกิร์ลขึ้นมาในทันที
9.ดูดีด้วยสูทแบบเนี้ยบ
เสื้อโค้ทขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนหรือสีเบจ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดตู้
เพราะเมื่อไรหยิบขึ้นมาแมตช์กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินคลาสสิค หรือกระโปรงทรงดินสอด้วยแล้ว
ก็ทำให้ลุควันนั้นของคุณปังขึ้นมาทันที…

เบื้องลึกของหูฟังกับนักกีฬาระดับโลก

โดยช่วงแรก ถูกมองว่า คงเป็นเพราะต้องการฟังเพลงกล่อมเกลาจิตใจ ซึ่งก็ใช่
แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเลือกใช้เฮดโฟน ทั้งที่จริงๆ หูฟังมีอยู่หลายแบบ เช่น
เอียร์บัด (หูฟังพลาสติกที่มักสวมฟองน้ำเพื่อสอดเข้ารูหู) อินเอียร์
(หูฟังที่มีจุกยางสอดเข้ารูหู) หรือ คลิป-ออน (คล้ายเฮดโฟนแต่เป็นแบบหนีบหู)
ซึ่งแต่ละแบบจะให้แนวเสียงต่างกันไป และแล้วแต่จะเลือกใช้งาน อย่างเช่น
เอียร์บัด จะให้เสียงเป็นธรรมชาติ และใส่สบายหู อินเอียร์ ให้เสียงทุ้มสะใจ
แต่อาจเจ็บหูบ้าง และปิดเสียงรบกวนรอบข้างจนสนิท ส่วน คลิป-ออน
ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ แต่ก็อาจจะหลุดร่วงได้ง่าย

ขณะที่ เฮดโฟน คือ หูฟังแบบครอบหูที่ดีไซน์มาโดยเน้นเสียงอันดับแรก
ทั้งเรื่องความสมจริง และไพเราะ สังเกตได้เลยว่า
พวกทำงานด้านเสียงจะใช้หูฟังแบบนี้
แต่ในส่วนของนักฟุตบอลอาชีพที่ชอบใส่เฮดโฟนเวลาเดินทางเข้า-ออกสนามบิน
หรือขึ้น-ลงรถบัส มีสาเหตุที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ

1. ปิดกันเสียงรบกวนจากภายนอก ยิ่งเป็นทีมใหญ่
ยิ่งต้องเจอเสียงรบกวนมากมาย ทั้งจากแฟนบอลหรือผู้คนที่รอต้อนรับ
หรือแม้แต่…ก่นด่ารัว ก็มีในบางครั้ง การใช้เฮดโฟนแบบกั้นเสียงเข้าได้
จะทำให้ทุกอย่างในหัวดูเงียบสงบและจิตใจไม่ฟุ้งซ่าน
โดยเฉพาะคนที่โดนกดดันเรื่องฟอร์มการเล่นหรือผลงานในสนามยิ่งต้องการสมาธิ
มากๆ

2. แสร้งขอความเป็นส่วนตัวนิดนึง ถ้าจะทำเป็นว่า กำลังฟังเพลงอยู่
ทั้งที่แค่ทำเหมือน… การใช้เฮดโฟน ก็สามารถช่วยได้
เพราะมีขนาดใหญ่จนรู้ได้เลย แต่ถ้าเป็นพวกเอียร์บัด,
อินเอียร์แล้วคนอาจมองไม่เห็น เลยจัดเป็นเฮดโฟนเลย แล้วทำท่ารีบเดิน
เพียงเท่านี้ ก็จะสามารถกันพวกแฟนบอลมาจอแจ
หรือสื่อมวลชนที่จะเข้ามาหาได้บ้าง

3. โดนบังคับให้สวมใส่จากทีมงานนักฟุตบอลบางคนชอบฟังเพลง ด้วยเอียร์บัด
หรืออินเอียร์ ซึ่งทางทีมงานที่ดูแลด้านสุขภาพอาจมองว่า
เป็นอันตรายต่อโสตประสาท เพราะตัวถ่ายทอดเสียงอยู่ใกล้แก้วหูที่สุด
ซึ่งถ้ายิ่งชอบเปิดเสียงดัง
ก็อาจทำให้หูมีปัญหาได้และจะส่งผลต่อการรับฟังพวกคำสั่งจากโค้ชด้วย
เฮดโฟนเลยเป็นทางออกที่ดีสุด

4. เพื่อให้ดูมีความเป็นสตรีทแฟชั่น
มีนักฟุตบอลหลายคนที่แม้ว่าจะไม่ได้ชื่นชอบการฟังเพลงเท่าไหร่
แต่พวกเขากลับมองว่า หูฟังแบบเฮดโฟนนั้น ก็คือ ของประดับอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะกับยี่ห้อ Beats ที่ดูเข้ากับการแต่งตัวแนวสตรีทแฟชั่น
เพราะดีไซน์ออกมาดูสปอร์ตและเท่เหมาะกับผู้ชายสายกีฬา ซึ่งกับบางคน
ต้องบอกว่า ใส่เป็นพร็อพ

ทั้งหมดนี้คือ เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใส่เฮดโฟน หรือหูฟัง
ซึ่งไม่ได้มีไว้แค่ฟังเพลงเท่านั้น แต่ช่วยอะไรต่อมิอะไรได้อีกหลายอย่าง จริงไหม?…

5 รองเท้าผ้าใบสีขาวผู้ชาย น่าโดนปี 2018

ด้วยกระแสแฟชั่นสไตล์มินิมอล แต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูดี กำลังมาแรงมาก ๆ ใน พ.ศ. นี้ ส่งผลให้ รองเท้าผ้าใบสีขาว
ติดเทรนด์ตามไปด้วย เพราะคุมโทนง่าย ใส่แล้วช่วยขับสีอื่นให้ดูโดดเด่นขึ้นและมีความเท่ในตัวของมันเอง
ซึ่งเหล่าแบรนด์ดังต่างปล่อยรองเท้ารุ่นใหม่สีขาวออกมามากมาย พร้อมนำผ้าใบรุ่นเก่าที่เคยฮิตมารีเซลกันอีกครั้ง
ทำเอาสาวกสนีกเกอร์ตามกระแสไม่ทัน เลือกกันไม่ถูกเลย
เราจึงรวบรวม 5 รองเท้าผ้าใบสีขาวตัวฮิตตลอดกาล และรุ่นน่าสนใจปี 2018 มาให้เพื่อน ๆ
ทุกคนไว้ดูเป็นทางเลือกกันครับ
1. Adidas NMD R1
สนีกเกอร์รุ่นฮิตที่ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง หนึ่งสีที่เห็นได้บ่อย ๆ ก็คือ สีขาวล้วน ดีไซน์ปราดเปรียวทันสมัย พื้นโฟมนุ่ม
น้ำหนักเบา อัปเปอร์ผ้าถักใส่กระชับ ทะมัดทะแมงและสวยสะดุดตา วางขายที่ราคา 5,000 บาท
2. Onitsuka Tiger California 78 Ex
ถ้าชินตากับรุ่นในตำนานอย่าง Mexico 66 แล้ว ลองหันมามองเป็น California 78 Ex บ้างก็ได้
ผ้าใบสีขาวดีไซน์วินเทจเหมือนย้อนกลับไปในยุค 90 แถบสีฟ้า-แดง คงความคลาสสิกแบบที่แฟนพี่เสือชื่นชอบ
ราคาขายอยู่ที่ 3,900 บาท
3. Nike Air Force 1 '07

รองเท้าผ้าใบสีขาวรุ่นคลาสสิกในตำนานที่ยังคงได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นทั่วโลก
แม้แต่เหล่าคนดังก็ยังหยิบมาใส่อยู่บ่อยครั้ง ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ได้กลิ่นอายฮิปฮอป พื้นรองเท้าเป็น Air
ใส่สบายและเท่สุด ๆ ราคาขายอยู่ที่ 3,500 บาท
4. Reebok Classic Leather

ยังคงหนีรุ่นคลาสสิกของแบรนด์ไม่พ้น ด้วยการออกแบบที่ดูสะอาดตา ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเท่ ไม่มีเอาต์
โดดเด่นทุกครั้งที่หยิบมาใส่ ราคาขายในเว็บไซต์คิดเป็นเงินไทยไม่รวมภาษี ตกประมาณ 2,500 บาท
5. New Balance 624
นอกจากรุ่น 574 ที่เป็นตัวชูโรงของแบรนด์แล้ว ก็รุ่น 624
นี้แหละที่ติดอันดับขายดีและเริ่มได้รับความสนใจในหมู่วัยทีน ด้วยรูปทรงและดีไซน์ที่ดูเข้าตา

มาพร้อมกับความนุ่มสบายที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผ้าใบสีขาวคู่นี้น่าสนใจขึ้น
ราคาคิดเป็นเงินไทยไม่นับภาษีอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท…

3 รองเท้าสุดชิคที่ยังไงก็ไม่มีวันตกเทรน

รองเท้าผ้าใบจัดเป็นหนึ่งในไอเทมยอดนิยมที่วัยรุ่นมักมีไว้ครอบครอง
เพราะมันคือหนึ่งในไอเทมยอดฮิตสำหรับการแต่งตัว
สำหรับราคาของรองเท้าผ้าใบก็ตกต่างกันออกไปบ้างถูกบ้างก็แพงแถมบางรุ่นบางยี่ห้อนั้นมีเอกลักษณ์ที่
แตกต่างกันออกไป
ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยนั้นมีหลายยี่ห้อเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมากมายเลยทีเดียวดังนั้นเราจึงข
อพาคุณไปชม 3 รองเท้าที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆที่แม้ว่าบางคู่จะออกมานานนับปี
แต่มันยังคงเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการจนถึงเวลานี้
คอนเวอร์ส สปริงส์
แน่นอนว่าคงไม่ผิดคาดที่คอนเวอร์สจะเป็นยี่ห้อรองเท้ายอดนิยมยี่ห้อหนึ่งเพราะถือได้ว่าเป็นรองเท้าที่มีเ
อกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก สำหรับคอนเวอร์สนั้นดีไซน์ถูกออกแบบมาดูเรียบง่าย
แต่เต็มไปด้วยความโดดเด่นเอกลักษณ์ของมันคือรูสองรูที่อยู่บริเวณตัวด้านข้างของร้องเท้า
ซึ่งหลายรุ่นของคอนเวอร์สจะดีไซน์ออกมาเป็นทรงนี้เอาไว้ ส่วนคอนเวอร์ส
สปริงส์คู่นี้ก็ออกแบบมาในทรงคล้ายๆกัน
แต่จะมีความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆอยู่บ้างนั่นคือส่วนของพื้นรองเท้าที่จะหนามากกว่ารุ่นอื่น
โดยปกติแล้วคอนเวอร์สจะเน้นพื้นหนา แต่เจ้ารุ่นนี้เพิ่มขนาดความหนามากขึ้นไปอีก แต่มันดูไม่เทอะทะ
ซึ่งกลับดูสวยงามซะด้วยซ้ำแถมยังทนทานต่อการใช้งานอีกทั้งสีที่ถูกผลิตออกมายังเป็นโทนอ่อนจนมันไ
ด้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
อดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออน
หนึ่งในรองเท้าที่ยังคงมีคนตามหาเพื่อจับจองเป็นเจ้าของจนถึงเวลานี้จริงๆแล้วอดิดาสเป็นหนึ่งในยี่ห้อที่
ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงอยู่แล้วจนบางรุ่นต้องเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่สินค้ายังไม่ถูกส่งมาเมืองไทยดังจะ
เห็นได้ว่า อดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออน ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นเดียวกัน
โดยหากย้อนไปก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งปีนี่คือรองเท้าที่สาวกอาดิดาสยอมลงทุนโดดงานไปนอนรอที่หน้าร้า
นอาดิดาสในเซนทรัลลาดพร้าวเพื่อรอเป็นเจ้าของ อดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออน
ซึ่งในตอนนั้นมีจำนวนหลักร้อยคนเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันหลักปิดรับพรรออเดอร์ก็ยังมีกระแสคนเรียกร้องให้ทางศูนย์อาดิดาสนำเข้ามาจำหน่ายเพิ่ม
สะท้อนความนิยมของเจ้าอดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออนขึ้นไปอีกขั้น
แต่รองเท้ารุ่นนี้ก็มีราคาที่แตกต่างกันออกไปโดยในแต่ละรุ่นราคาจะไลตั้งแต่ 1900 ไปจนถึง 10000
บาทเลยทีเดียว
ไนกี้ แอร์ แมกซ์
เรียกได้ว่าไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยหนึ่งในรุ่นรองเท้าจากแบรนด์ไนกี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดหนีไม่
พ้น ไนกี้ แอร์ แมกซ์ สำหรับรุ่นนี้ถูกดีไซน์ออกมาให้ดูสมส่วนสุดๆ และมีความสวยงามแม้รูปร่างจะดูตัน
แต่จริงๆแล้วเบาใส่สบายไม่อับชื้นรวมถึงยังมีหลายราคาที่ทำให้ผู้ซื้อสามารถจับต้องได้ง่ายจนเป็นที่นิยม
มาถึงทุกวันนี้…

6 อันดับรองเท้าสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาล ตอน 2

ครั้งก่อนเราพาคุณไปดู 3 รองเท้ายอดนิยมกันมาแล้วคราวนี้ไปดูสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาล 3
อันดับสุดท้ายกันบ้าง เชื่อได้ว่าบางรุ่นคุณอาจจะต้องอยากรีบออกไปหาซื้อมาเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน
จะมีตัวใดบ้างไปติดตามกันเลย
Nike Air Force 1
ถือเป็นรุ่นที่แปลกตาทีเดียวกับ Nike Air Force 1 ที่ถูกดีไซน์ออกมาเป็นแบบหุ้มข้อ
โดยรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่ได่รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในเมืองไทย
และในต่างแดนจนถึงขั้นผลิตออกมาวางจำหน่ายกันไม่ทันเลยทีเดียว สำหรับ Nike Air Force 1
สามารถใส่ได้ทั้งผู้ชาย
และผู้หญิงเพราะด้วยดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้นั้นไม่ได้เอนไปทางใดทางหนึ่งที่บ่งบอกว่าจะเป็นชายหรือห
ญิง หากแต่เน้นความสวยงามและดูดีไม่เหมือนใครแถมยังเน้นไปที่ความสสิคอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีไนกี้แอร์
วึ่งเรียกได้ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ไนกี้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใส่เข้าไปทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแ
คล่ว และสบายเท้า
Converse All Star
หากการจัดอันดับสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาลไม่มีแบรนด์ดังอย่างคอนเวิด์สมาติดเป็นหนึ่งในนี้คงเป็นก
ารจัดอันดับที่กร่อยพอสมควร เพราะคงไม่มีสนีกเกอร์ยี่ห้อไหนที่จะมีเอกลักษณ์
และได้รับความนิยมเท่าแบรนด์นี้อีกแล้ว
โดยคอนเวิร์ดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของการดีไซน์พื้นที่หนา
ส่วนวัสดึรอบๆรองเท้าก็เน้นที่จะใช้ผ้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก
และที่น่าสนใจไปกว่านั้นยังมีรูประบายอากาศทั้งสองข้างจนกลายเป็นรูปแบบที่บ่งบอกความเป็นคอนเวิร์
สได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับConverse All Star
ที่ถือเป็นเรือธงได้รับความนิยมมากที่สุดของแบรนด์ดังกล่างเลยก็ว่าได้เพราะมไว่าจะใส่กับอะไรหรือจะเ
พศชายเพศหญิงก็สามารถใส่ได้หมด และออกมาดูดีเสียด้วย
Vans Slip-On
ตัดมาดูอันดับสุดท้ายกับ VAns สุดยอดแบรนด์สนีกเกอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก
โดยถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่วัยรุ่นให้ความนิยมเป็นอย่างมากเพราะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเช่นเดียว
กันกับการดีไซน์ให้พื้นมีความหนา และใช้ผ้าเป็นวัสดุหลัก แต่กับเจ้า Vans Slip-On
ถือเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และจนถึงปัจจุบันแม้จะวางจำหน่ายมานาน
แต่ก็ยังมีเหล่าเซเลปนิยมใส่เจ้ารุ่นนี้กันอยู่หลายคนเลยทีเดียวไม่เว้นแม้แต่ จัสติน บีเบอร์ ก็ด้วย
ซึ่งเมื่อยิ่งเป็นดีไซน์แบบ Slip-On
ก็ทำให้การสวมใส่ง่ายขึ้นไม่ต้องยุ่งยากอยู่กับการผูกเชือกรองเท้าอีกต่างหาก…