เทคนิคการเลือก “กางเกงยีนส์” ให้เข้ากับ “หุ่น”

เชื่อได้เลยว่า กางเกงยีนส์ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มชิ้นโปรดที่สาว ๆ
ทุกคนล้วนมีอยู่ในตู้เสื้อผ้ากันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นขาสั้น หรือ ขายาว
แต่คำถามก็คือ ยีนส์แบบไหนที่เหมาะกับตัวเราละ
ก่อนอื่นให้ลองสำรวจรูปร่างตัวเองก่อนว่าเป็นแบบไหน
แล้วค่อยมาตัดสินใจตอนที่อ่านบทความนี้จบ
รับรองได้เลยว่าสวยปังแน่นอน
1. หุ่นทรงตรง
สาวที่มีหุ่นตรงจะไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งใด ๆ อยู่เลย
ทรงกางเกงที่ควรใส่ คือ กางเกงที่พอดีตัว หรือทรงที่ใหญ่กว่าตัวนิดหน่อย
เพื่อจะทำให้ไม่ดูผอมจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงกางเกงที่รัดรูปมาก ๆ
2. หุ่นนาฬิกาทราย

สำหรับสาว ๆ ที่มีหุ่นนาฬิกาทรายสามารถใส่กางเกงยีนส์ได้ทุกทรง
ไม่ว่าจะเอวสูง เอวต่ำ หรือ สกินนี่ สามารถใส่ได้หมด
เพราะเป็นหุ่นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน เรียกง่าย ๆ ว่า หุ่นดี นั้นเอง
แนะนำว่าให้ใส่แบบเอวสูงที่พอดีตัว เพราะจะทำให้เราดูขายาวมากขึ้น
3. หุ่นแอปเปิ้ล
ลักษณะของสาวหุ่นแอปเปิ้ล คือ สาวที่มีพุงจนเอวหายไปแล้ว
ยีนส์ที่แนะนำให้ใส่คือกางเกงยีนส์เอวสูงทรงกระบอก
ส่วนกางเกงที่ควรหลีกเลี่ยงคือยีนส์ที่มีเอวต่ำที่ฟิตมาก ๆ
เพราะมันจะทำให้เราดูสะโพกใหญ่
4. หุ่นชมพู่
สาวหุ่นชมพู คือ สาวที่มีช่วงไหล่แคบ สะโพกผาย และ เอวคอด
ควรเลือกใส่กางเกงขาบาน เพื่อช่วยลดให้สะโพกดูเล็กลง
ซึ่งกางเกงที่สาวหุ่นชมพู่ควรหลีกเลี่ยง คือ กางเกงทรงสกินนี่
เพราะจะยิ่งเน้นให้สะโพกดูใหญ่ ทำให้ช่วงบนยิ่งดูแคบเข้าไปอีก
5. หุ่นแครอท
สาวหุ่นแครอต จะเป็นสาวที่ช่วงไหล่กว้าง เอวและสะโพกมีขนาดเล็ก
ทรงกางเกงที่ควรหลีกเลี่ยง คือ ทรงสกินนี่ เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงล่างดูเล็ก
ส่วนทรงกางเกงที่แนะนำให้ใส่คือ ทรงที่ขาบานเล็กน้อย ประเภท Boot
Cut เพราะขากาเกงจะช่วยพรางให้ร่างกายสมส่วนมากยิ่งขึ้น
เมื่ออ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว ก็คงจะรู้แล้วว่าตัวเองมีหุ่นแบบไหน
อยากให้ลองนำไปปรับใช้กันดู รับรองว่าใส่แล้วสวยแน่นอน…

เคล็ดไม่ลับ!ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างไร

ว่ากันว่า ในเรื่องของการเลือกซื้อเสื้อผ้านั้น แม้ดูเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ขณะเดียวกัน
สำหรับบางคนนั้น ก็คิดแล้วคิดอีก ไม่ต่างอะไรกับ กับคำถามที่ว่า วันนี้เราจะกินอะไรกันดี ดังนั้น
ท่ามกลางคำถามคาราคาซังต่างๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้ เราจะพาคุณมาอ่านเคล็ดลับง่ายๆ ว่าแท้จริงแล้ว
เราควรเลือกซื้อผ้าอย่างไร จึงจะถูกต้อง , เหมาะสม และ คุ้มค่ามากที่สุด
เริ่มจาก ประโยชน์ในการใช้เสื้อผ้า นี่เป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงเป็นอันดับแรกๆว่า เสื้อผ้าที่เราซื้อมานั้น นำไปใช้อะไร
สวมใส่เนื่องในโอกาสอะไร อย่างเช่น ถ้าเกิดเราใส่ไปงานศพ เราก็ต้องควรเลือกเสื้อผ้าแบบเรียบๆ
นอกจากต้องเป็นสีดำ หรือ สีขาว แล้ว ยังไม่ควรที่จะมีลวดลายอีกด้วย หรือถ้าเป็นงานแต่งงาน งานรื่มรมย์ ยินดี
ก็อาจจะเป็นเสื้อผ้าแนวสีฉูดฉาดหน่อยแล้วแต่คนชอบ ที่สำคัญ ต้องคำนึงด้วยว่าคุณภาพของผ้าทนทานแค่ไหน
ต่อมาเป็นเรื่องความสะดวก สบาย ในการสวมใส่ จริงๆแล้วเรื่องนี้แล้วแต่คนชอบเหมือนกัน
บางคนอาจจะชอบใส่เสื้อผ้าแบบหนาๆ บางคนอาจจะชอบใส่เสื้อผ้าแนวบางๆ แต่สิ่งสำคัญ เราต้องดูด้วยว่า
เราใส่ที่ไหน เช่นถ้าเราใส่นอน เราก็ควรเน้นเสื้อผ้าที่แบบสบายๆ ไม่รัด หรือ อึดอักมาก แต่หากใส่ไปข้างนอก
ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกอะไร ใส่แล้วให้มั่นใจที่สุด
สุดท้าย น่าจะเป็นอีกหนึ่งเคสที่สำคัญ เราควรเลือก เสื้อผ้าคุณภาพดีๆหน่อย ไม่ใช่ว่า เมื่อนำมาซักแล้ว เสื้อผ้าหด หรือ
เสื้อผ้าขนาดเล็กลงจากเดิมมากๆ ดังนั้น เราควรเลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีๆ ที่ซักแล้วไม่หด นอกจากใส่ได้นานๆแล้ว
ยังไม่รบกวนจิตใจเราด้วย…

Under Armour Hovr ที่สุดแห่งรองเท้าวิ่งลดแรงกระแทก

กระแสคนรักสุขภาพนั้นมาแรงมากๆในเมืองไทยในเวลานี้ที่หายคนหันมาออกกำลังกายทำให้สินค้าแบร
นด์ต่างๆเกี่ยวกับการออกกำลังกายนั้นขายดิบขายดีจนมีตลาดแข่งจันที่สูงบางยี่ห้อต้องถึงขั้ขนเปิดรับคิวเ
พื่อต่อแถวซื้อกันข้ามเดือยเลยก็มี
ซึ่งส่วนใหญ่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมในไทยมักจะเป็นอดิดาสหรือไม่ก็ไนกี้สองพระเอกเจ้าประจำที่ครอง
ตลาดรองเท้าวายสปอร์ตมาเป็นระยะเวลายาวนาน
แต่ในวันนี้มีหนึ่งแบรนด์ที่เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆนั่นคือแบรนด์ Under Armour
ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวรองเท้ารุ่น Under Armour Hovr
ออกมาวางจำหน่ายแบบสดๆร้อนๆเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง
สำหรับแบรนด์ Under Armour แม้จะเพิ่งเป็นแบรนด์ที่เข้ามาตีตลาดในไทย
แต่เรื่องคุณภาพนั้นต้องบอกว่าได้รับการยอมรับจากทั่โลกจะเห็นได้ว่าเกือบทุกประเภทกีฬามักจะมีคนใช้
แบรนด์นี้กันอยู่มากมาย โดยเฉพาะคนที่เล่นฟิตเนส ซึ่งในส่วนของรองเท้า Under Armour Hovr
นั้นเป็นตระกูลรองเท้าวิ่งที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษนั่นคือมันมีตัวรองรับการกระแทกที่สามารถลดการกระ
แทกได้ถึง 90% เลยทีเดียวทำให้ผู้ใส่สามารถจะวิ่งได้เป็นระยะเวลานานๆโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด
สำหรับพื้นกันกระแทกดังกล่าวถูกผลิตขึ้นมาจากโฟมที่มีน้ำหนักที่เบาสุดๆ แต่แข็งแรงในทางตรงกันข้าม
ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่หลายยี่ห้อเลือกนำมาใส่เอาไว้ในรองเท้าวิ่งนั่นเองเล่นเดียวกับ Under
Armour Hovr ที่มีวัสดุชิ้นนี้อยู่ใต้รองเท้าทำให้มันเป็นรองเท้าสิ่งที่สวมใส่สบาย
แต่ที่พิเศษสุดๆคือเทคโนโลยีโฟมที่กล่าวมาทาง Under Armour
ออกแบบให้พิเศษที่มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆนั่นคือพื้นจะถูกหุ้มด้วยเอเนจีเวบ
ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยรักษาโฟมที่จะสามารถให้มันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการกระจายแรงกร
ะแทกไปทั่วพื้นรองเท้า
และมันยังถูกเคลือบไปด้วยยางพิเศษอีกหนึ่งชิ้นที่ให้ความแข็งแรงคงทนมากกว่าเดิมอีกด้วย
ด้านบนของตัวรองเท้านั้นดีไซน์อาจจะไม่ได้โดดเด่นไปจากรุ่นอื่นของแบรนด์นี้
แต่มันถูกออกแบบมาให้ระบายอากาศได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆที่เพิ่มช่องระบายอากาศได้มากขึ้นทำให้ไม่รู้สึกอับ
หรืออึดอัดเวลาที่จะต้องใส่เป็นระยะเวลานานๆที่สำคัญแม้จะใช้นานๆไม่ว่าจะวิ่งหรือเดินเท้าของเราก็แท
บจะไม่มีเหงื่อเลยทีเดียวเหมาะมากๆสำหรับคนที่รักการสิ่งในรายการต่างๆที่ต้องใช้เวลาแข่งขันเป็นเวลา
นานๆ โดยรวมดีไซน์ทำออกมาได้สมดุลรูปร่างดูอ้วนนิด
แต่เป็นเพราะทั้งพื้นด้านร่างถูกใส่โฟมกันกระแทกมาทั่วทั้งแผ่นทำให้พื้นจะหนากว่ารุ่นอื่นๆเล็กน้อย
แต่ก็แลกมาด้วยคสามสบาย และความแข็งแรงที่จะทำให้การวิ่งของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น…

5 เหตุผล ที่ทำให้ “จั้มพ์สูท” ได้รับความนิยมตลอกาล

อีกหนึ่งไอเท็มที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องก็คือ จั้มพ์สูท
ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ต้องเห็นคนแต่งตัวด้วยจั้มพ์สูทอย่างน้อย 1 คน
แม้ว่าเวลาที่เข้าห้องน้ำจะต้องลำบากไปบ้าง แต่อะไรที่ทำให้สาว ๆ
ยอมทิ้งความลำบากแล้วมาใส่จั้มพ์สูทกันละ วันเราจึงมีคำตอบมาให้
1. มีให้เลือกหลากหลายสไตล์
เนื่องจากการตัดเย็บและออกแบบมีความหลากหลาย ที่มีมีทั้งขาสั้น,
ขายาว, สายเดี่ยว, เกาะอก หรือ แบบเปิดไหล่ ทำให้สาว ๆ
หันมาใส่จั้มพ์สูทกันมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นสาวมั่น สาวเซ็กซี่ หรือ
สาวหวาน ต่างก็มีจั้มพ์สูทที่มีดีไซน์ในแบบที่เป็นตัวเองมารองรับทั้งนั้น
นี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไหมจั้มพ์สูตรถึงได้รับความนิยม
2. สามารถใส่ได้ทุกโอกาส

จั้มพ์สูทจึงเป็นตัวเลือกที่มักจะถูกหยิบออกมาใช้อยู่เสมอในวาระโอกาสต่า
ง ๆ เพราะมีการตัดเย็บและดีไซน์ที่หลากหลายรูปแบบ

เพียงแค่เราต้องเลือกแบบให้เหมาะสมกับสถานที่และงานที่จะไป
ซึ่งจั้มพ์สูทสามารถตอบโจทย์ได้หมด
3. สวยจบในชุดเดียว
ด้วยความที่จั้มพ์สูทเป็นเสื้อผ้าที่เป็นชิ้นเดียวกัน
จึงไม่ต้องมาเสียเวลาว่านั่งคิดว่าวันนี้จะใส่เสื้อตัวนี้คู่กับกางเกงตัวไหนถึงเ
หมาะ ทำให้สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เช่น แต่งหน้า ทำผม
หรือการเลือกรองเท้าให้เข้ากับชุด
4. หุ่นแบบไหนก็ใส่ออกมาสวย
ไม่ว่าคุณจะมีหุ่นแบบไหน
คุณก็จะสามารถใส่จั้มพ์สูทให้ดูออกมาสวยได้
เพราะการใส่จั้มพ์สูทจะช่วยให้คุณดูมีเอว และเน้นรูปร่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
5. ใส่ง่ายช่วยให้ประหยัดเวลาในการแต่งตัว
จั้มพ์สูทเป็นเสื้อผ้าที่สวมเสร็จก็ออกจากบ้านได้เลย
ทำให้เราประหยัดเวลาไปได้มาก
แถมไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มก็ดูมีสไตล์ได้แล้ว
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้ จั้มพ์สูท
กลายเป็นสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง
ถ้ารู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมหาจั้มพ์สูทสวย ๆ มาใส่กัน จะได้ไม่ตกเทรนด์…

5 เทคนิคเลือกกระเป๋าให้เข้ากับสไตล์มากที่สุด

นอกจากเครื่องประดับแล้ว กระเป๋า
ก็ยังเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สามารถปรับลุกของเราได้
เพราะกระเป๋าที่เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวของเรา
จะช่วยเสริมให้บุคลิกภาพของเราดูดีขึ้นอย่างชัดเจน
เราจึงได้รวบรวมคำแนะนำดี ๆ
ที่ช่วยให้คุณเลือกกระเป๋าให้ตัวเองอย่างเหมาะสมที่สุดมาฝากกัน
1. สาวสปอร์ต
เป็นสาวที่ชอบแต่งตัวทะมัดทะแมง
และชื่นชอบการใส่รองเท้าผ้าใบเป็นพิเศษ
ซึ่งรูปทรงกระเป๋าที่เหมาะสมกับสาวสปอร์ต คือ ทรงขนมจีบ
ที่มีฐานกว้างทำให้บรรจุสิ่งของได้เยอะ

นอกจากนั้นยังมีสายที่สามารถปรับความยาวได้ตามความเหมาะสม
ถูกใจสาวสปอร์ตมาก ๆ
2. สาวหวาน
สาวหวานก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มีสีหวาน ๆ เสมอไป
เพียงแค่ลองใส่กางเกงยีนส์คู่กับเสื้อยืดสีพื้น ๆ
แล้วเพิ่มความหวานด้วยกระเป๋าที่มีลวดลายเป็นดอกไม้
หรือไม่ก็เลือกกระเป๋าที่มีโทนสีพาสเทล
ก็จะทำให้เป็นสาวหวานได้เหมือนกัน
3. สาวนักผจญภัย
สาวนักผจญภัย เป็นคนที่รักการเดินทางและกล้าที่ทำอะไรใหม่ ๆ
ซึ่งกระเป๋าที่เหมาะสำหรับสาวประเภทนี้ คือ กระเป๋าที่สามารถพับเก็บได้
ไม่กินพื้นที่กระเป๋า และบรรจุของได้ค่อนข่างเยอะ
4. สาวเรียบหรู
กระเป๋าหนัง ดีไซน์เรียบ ๆ
คงจะเป็นกระเป๋าที่สามารถตอบโจทย์สาวเรียบหรูได้เป็นอย่างดี
เพราะกระเป๋าหนังจะช่วยเพิ่มบุคลิกให้สง่างามมากขึ้นไปอีก
5. Working Woman
สำหรับกระเป๋าที่เหมาะสำหรับสาวที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ คือ
กระเป๋าที่มีดีไซน์เก๋ ๆ แต่ยังคงมีความคลาสสิก
และแผงไปด้วยความสุขภาพภายใต้โครงสร้างที่แข็งแรง…

ADIDAS STAN SMITH ยอดสนีกเกอร์จากค่ายสามขีดที่วัยรุ่นนิยม

 

หากจะกล่าวถึงรองเท้าสักรุ่นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้คงหนีไม่พ้น ADIDAS STAN SMITH  จากค่ายอาดิดาส เพราะนี่คือหนึ่งในรองเท้าที่ผู้คนตามหาอยากได้มาครอบครองมากที่สุดรุ่นหนึ่งในเวลานี้เลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่มักเป็นที่นิมในหมูสาวๆ เพราะดีไซน์นั้นโดนใจจริงๆ

 

ต้องเท้าความก่อนว่าจุดเริ่มต้นของที่มาที่ไปเจ้า ADIDAS STAN SMITH  ก่อนว่าย้อนกลับไปในปี 1965 อาดิดาส ได้ผลิตรองเท้าสำหรับเล่นเทนนิสออกมามาวางจำหน่าย ซึ่งเวลานั้นถือเป็นคู่แรกของโลกเลยทีเดียว โดยตั้งชื่อรุ่นว่า Robert Haillet ซึ่งเป็นชื่อของนักเทนนิสชาวฝรั่งเศสที่เป็นพรีเซนเตอร์ให้ค่ายสามขีด ทว่าต่อมาด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้ฝีมือตกลง และส่งผลให้อาดิดาสต้องมองหาพรีเซนเตอร์คนใหม่ก่อนจะมาลงเอยที่นักเทนนิสชาวอเมริกันนามว่า Stan Smith เมื่อปี 1971 และนั่นคือจุดเริ่มต้นทำให้เจ้ารองเท้าตัวนี้ถูกตั้งชื่อรุ่นว่า Stan Smith นั่นเอง

 

สำหรับ Stan Smith นั้นได้รับการพัฒนามาตลอดทุกยุคทุกสมัยทำให้มันเป็นหนึ่งในรุ่นที่ทำยอดขายถล่มทลายสำหรับอาดิดาส ซึ่งตลอดระยะเวลาสิบๆปีที่ผ่านมา Stan Smith รุ่นเดียวทำยอดขายได้มากถึง 22 ล้านคู่ และยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง การออกแบบนั้นแม้จะดูเรียบหรู แต่คงเอกลักษณ์ของอาดิดาสไว้อย่างเต็มเปี่ยมตัวรองเท้าเชือกรวมไปถึงพื้นรองเท้านั้นใช้สีขาวเป็นโทนหลักมีรูระบายอากาศที่ทางอาดิดาสได้เสริมแถทโฟมเข้าไปบริเวณขีดสามขีดเรียกได้ว่านอกจกาจะดูสวยงามแล้วยังคงให้ความคลาสสิคในตัวอีกด้วย

 

ในปัจจุบันส่วนใหญ่ Adidas Stan Smith ที่เคยเน้นสีขาวอย่างเดียวหันมาผลิตสีอื่นๆมากขึ้นเพื่อเอาใจลูกค้าที่มีความชอบแตกต่างกันไปไม่ว่าจะดำ แดง ขาว เขียว เทา ก็มีอีกหลายสี แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือพื้นรองเท้าที่ยังคงใช้สีขาวเป็นหลัก หลายคนที่เป็นเจ้าของ Adidas Stan Smith หากสังเกตุส่วนใหญ่มักเป็นคุณผู้หญิงซะมากกว่านั่นเป็นเพราะ มันถูกดีไซน์ให้ดูเข้ากับเท้าของสาวๆมากกว่าของผู้ชายนั่นเอง

 

และไม่ใช่แค่เหมาะกับผู้หญิงเท่านั้น ทางอาดิดาส ยังได้ผลิต Adidas Stan Smith สำหรับวัยรุ่นผู้ชายออกมาอีกตัว และมีหลาสีเช่นเดียวกัน โดยจะต่างกันที่การดีไซน์ที่จะคำนึงถึงรูปแบบของผู้ชายเป็นหลักทั้งสีรวมไปถึงการออกแบบขนาดของรองเท้าที่จะมีขนาดใหญ่กว่าของผู้หญิงเล็กน้อย เรียกได้ว่าใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และเป็นรองเท้าที่คนรักสนีกเกอร์ต้องไม่พลาด

 

 

 …

3วิธีแก้ไขใส่รองเท้าแล้วหลวม

 

เคยมั้ยที่อยากได้รองเท้าผ้าใบ หรือสนีคเกอร์คู่นั้นคู่นี้มาก แต่ติดตรงที่ไม่มีเบอร์ ใส่แล้วรองเท้าหลวมเกินไป เรามีวิธีแก้ปัญหารองเท้าผ้าใบหลวมมาฝาก

คือเอาเป็นว่าถ้าอยากได้จริงๆ คู่นี้ลิมิเต็ดสุดๆ ก่อนอื่นให้เลือกเบอร์รองเท้าที่ใหญ่กว่าเบอร์รองเท้าปกติที่เราใส่ไม่เกินหนึ่งนิ้ว เพื่อที่ว่าจะนำมาแก้ไขให้ใส่ได้พอดี ไม่หลวมจนเกินไป ลองดู 3 ทริคนี้ที่เรานำมาฝากกัน

  1. พื้นรองเท้า แผ่นรองเท้า

พื้นรองเท้าจะช่วยให้รองเท้าแน่นขึ้น ตั้งแต่ครึ่งเบอร์หรือหนึ่งเบอร์เชียวล่ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีขายหลายขนาดมาก มีให้เลือกหลายไซส์ใ แถมเลือกความหนาของพื้นรองเท้าได้อีกด้วย ปล.แต่วิธีนี้ไม่ควรใส่พื้นรองเท้าหลายชั้น เพราะมันจะบีบเท้า ทำให้เท้าปวด หรือถ้าอยากเพิ่มความสูง นอกจากจะช่วยให้รองเท้ากระชับขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสูงได้อีกด้วย

  1. ใส่ถุงเท้า & ผูกเชือกให้แน่น

ใส่ถุงเท้าที่มีความหนากว่าถุงเท้าปกติที่เราใส่กัน บวกกับผูกเชือกรองเท้าให้แน่นๆ อย่างที่บอกไว้อย่าซื้อหลวมกว่าเบอร์ปกติที่เราใส่มาก แม้จะผูกเชือกรองเท้าแน่นยังไง นอกจากทรงรองเท้าจะดูไม่ค่อยสวยแล้ว การใส่ก็จะไม่กระชับเช่นกัน

 

  1. หมอนฟองน้ำรองเท้า

วิธีนี้คือ ใช้หมอนฟองน้ำรองเท้า ให้ความหนานุ่มเบา  มีให้เลือกทั้งปลายรองเท้าและส้นรองเท้า วิธีนี้จะช่วยให้เท้าเราใส่พอดีกับรองเท้า แถมถ้ารองเท้ากัดวิธีนี้ก็ช่วยได้เหมือนกัน หรือถ้าหาซื้อแบบฟองน้ำไม่ได้ ให้ใช้ตัวดันรักษาทรงรองเท้าใส่แทนได้

 …

ทำความรู้จักกับ 5 เรื่องราวของ อร BNK48 ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก อร BNK48 กันมาบ้างแล้ว แต่เพื่อทำให้คุณรู้จักกันเธอมากยิ่งขึ้น วันนี้จะขอพาทุกคนไปพบกับ 5 เรื่องราวของ อร BNK48 ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

 

1.ความกล้าแสดงออกของอร

คุณจะเห็นได้ว่าอรเป็นคนที่กล้าพูดกล้าแสดงออกและยังมีความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์สูงมากๆ อรคอยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเรอะให้กับคนรอบข้างเสมอๆ ซึ่งความสามารถนี้มาจากการที่อรได้ขึ้นเวทีกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนมาตั้งแต่อนุบาล เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมไหนหรือเวทีอะไรคุณครูก็มักจะให้อรขึ้นแสดงบนเวทีเสมอๆ เพราะคุณครูเห็นว่าเด็กคนนี้เต้นได้รำได้แล้วมันก็ทำให้อรมีความกล้าและแสดงมันออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

2.ความฝันของอร

ในช่วงม.ต้น อรก็เริ่มมีความฝันกับเขาเหมือนกัน โดยเริ่มต้นจากความชื่นชอบในศิลปินเกาหลีที่โด่งดังในยุคนั้นมากๆอย่าง คิบอม แห่งวง Super Junior ทำให้เธอมีความฝันที่อยากจะกลายเป็นไอดอลให้ได้แบบนั้น ถึงขนาดที่อรไปออดิชั้นและเกือบได้เป็นศิลปินฝึกหัดที่ประเทศเกาหลีแต่สุดท้ายเธอก็สละสิทธิ์นั้นไป จากนั้นอรจึงได้เริ่มมีความคิดที่อยากจะเป็นหมอเพื่อที่จะได้ไปช่วยดุแลผู้ป่วยที่อยู่ในท้องที่ทุรกันดารให้ได้มีโอกาสในการรับการรักษาที่มีคุณภาพ แต่หลังจากที่เรียนจบม.ปลาย อรก็ได้ตัดสินใจเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์

 

3.ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เนื่องจากคุณพ่อและคุณแม่ของอรหย่าร้างกัน…