เลือกเสื้อผ้าอย่างไรให้เข้ากับกระเป๋าแบรนด์เนม

ว่ากันว่า ในเรื่องของการเลือกซื้อเสื้อผ้านั้น แม้ดูเผินๆ
อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ขณะเดียวกัน สำหรับบางคนนั้น
ก็คิดแล้วคิดอีก ไม่ต่างอะไรกับ กับคำถามที่ว่า วันนี้เราจะกินอะไรกันดี ดังนั้น
ท่ามกลางคำถามคาราคาซังต่างๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้
เราจะพาคุณมาอ่านเคล็ดลับง่ายๆ ว่าแท้จริงแล้ว เราควรเลือกซื้อผ้าอย่างไร
จึงจะถูกต้อง , เหมาะสม และ คุ้มค่ามากที่สุด
เริ่มจาก ประโยชน์ในการใช้เสื้อผ้า นี่เป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงเป็นอันดับแรกๆว่า
เสื้อผ้าที่เราซื้อมานั้น นำไปใช้อะไร สวมใส่เนื่องในโอกาสอะไร อย่างเช่น
ถ้าเกิดเราใส่ไปงานศพ เราก็ต้องควรเลือกเสื้อผ้าแบบเรียบๆ นอกจากต้องเป็นสีดำ
หรือ สีขาว แล้ว ยังไม่ควรที่จะมีลวดลายอีกด้วย หรือถ้าเป็นงานแต่งงาน
งานรื่มรมย์ ยินดี ก็อาจจะเป็นเสื้อผ้าแนวสีฉูดฉาดหน่อยแล้วแต่คนชอบ ที่สำคัญ
ต้องคำนึงด้วยว่าคุณภาพของผ้าทนทานแค่ไหน
ต่อมาเป็นเรื่องความสะดวก สบาย ในการสวมใส่
จริงๆแล้วเรื่องนี้แล้วแต่คนชอบเหมือนกัน บางคนอาจจะชอบใส่เสื้อผ้าแบบหนาๆ
บางคนอาจจะชอบใส่เสื้อผ้าแนวบางๆ แต่สิ่งสำคัญ เราต้องดูด้วยว่า เราใส่ที่ไหน
เช่นถ้าเราใส่นอน เราก็ควรเน้นเสื้อผ้าที่แบบสบายๆ ไม่รัด หรือ อึดอักมาก
แต่หากใส่ไปข้างนอก ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกอะไร ใส่แล้วให้มั่นใจที่สุด
สุดท้าย น่าจะเป็นอีกหนึ่งเคสที่สำคัญ เราควรเลือก เสื้อผ้าคุณภาพดีๆหน่อย
ไม่ใช่ว่า เมื่อนำมาซักแล้ว เสื้อผ้าหด หรือ เสื้อผ้าขนาดเล็กลงจากเดิมมากๆ ดังนั้น
เราควรเลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีๆ ที่ซักแล้วไม่หด นอกจากใส่ได้นานๆแล้ว
ยังไม่รบกวนจิตใจเราด้วย
แน่นอนว่า ทุกวันนี้ เวลาออกจากบ้าน
เราก็ต้องการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองมากที่สุด ดังนั้น
เรื่องการแต่งตัวถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ นอกจาก เสื้อผ้า , หน้าผม ,
เครื่องประดับต่างๆ ไปจนถึง รองเท้า ที่เราต้องใส่ใจแล้ว ในส่วนของกระเป๋า
ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน แต่จะเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับรูปร่าง
วันนี้เรามีคำตอบ สำหรับคนรูปร่าง 3 แบบ
เริ่มจาก สาวที่มีรูปร่างทรงคล้ายๆแอปเปิ้ล คือสาวๆ
ที่ส่วนใหญ่จะมีร่างกายช่วงบนกลม เอวหนา หน้าอกใหญ่ หรือเรียกง่ายๆว่า
สาวที่มีนาดใหญ่กว่าช่วงล่าง ที่ขาดูเพรียวแบบยาวกว่า ซึ่ง
ข้อควรระวังสำหรับการเลือกกระเป๋านั้น อย่าใช้แบบสะพายหูข้างสั้นเกินไป
เพราะเมื่อกระเป๋าอยู่บริเวณหน้าอก
ยิ่งทำให้ช่วงหน้าอกของเราดูกว้างขึ้นกว่าปกติ แต่ก็มีความลับที่ทำให้ดูดีเช่นกัน
โดยให้พยายามถือกระเป๋า ตกลงไปที่บริเวณช่วงสะโพกที่แคบกว่า ร่างกายบริเวณช่วงบนแทน
ต่อมาเป็นสาวๆ ที่มีร่างกายช่วงล่าง
ตั้งแต่บริเวณสะโพกลงไปขนาดใหญ่กว่าร่างกายช่วงบน
ข้อควรระวังในการเลือกกระเป๋านั้น อย่าให้กระเป๋าไปอยู่ตรงสะโพกพอดี
เพราะยิ่งจะเป็นการดึงสายตาของคนที่เห็น ไปยังบริเวณสะโพกที่ดูไม่สมูทของเรา
และ อย่าพยายามสะพายกระเป๋า ให้ยาวเกินสะโพกลงไปอีก ส่วนเคล็ดลับนั้น
ควรเลือกสี หรือ รูปทรง แบบที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น
เพื่อทำให้ช่วงบนของเราดูผอมและโดดเด่นขึ้นไปอีก
สุดท้ายเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่เรากล่าวมานี้นั้น
จะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆไม่มากก็น้อย ที่สำคัญ
หวังว่าจะทำให้สาวๆแลดูมั่นใจมากขึ้นไป…

ฝันให้ไกลไปให้ถึง!3ขั้นตอนสู่นักออกแบบแฟชั่น

“นักออกแบบ” เป็นกลุ่มอาชีพที่หลายคนคิดว่าเป็นได้ยาก หลายคนคิดว่าทำไม่ได้แน่นอน
ต้องเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์เท่านั้นที่สามารถทำได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย
ความเป็นจริงใคร ๆ ก็สามารถเป็นนักออกแบบได้ ทุกคนมีพรสวรรค์ที่ติดตัวตั้งแต่เกิด
เพียงแต่เราอาจจะยังไม่ค้นพบวิธีการนำพรสวรรค์เหล่านั้นมาใช้ให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง
บางคนค้นพบตัวเองว่าอยากให้โลกนี้มีสินค้าที่เราออกแบบเองตั้งแต่ยังเด็ก ยังเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยม
บางคนค้นพบว่าตัวเองอยากเป็นนักออกแบบเมื่อเรียนจบปริญญาตรี
ในขณะที่บางคนค้นพบว่าอยากเป็นนักออกแบบในวัยทำงาน เราต่างมีช่วงเวลาและเหตุผลในการเป็นนักออกแบบที่ต่างกัน
1.การออกแบบและสเก็ตช์ภาพ
เราสามารถนำแรงบันดาลใจจากสิ่งต่าง ๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันมาออกแบบเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ตัวเอง
สิ่งสำคัญของการออกแบบคือการวาดหรือสเก็ตช์ภาพออกมาเพื่อเป็นต้นแบบของการทำเสื้อผ้า
เนื่องจากภาพสเก็ตช์นี้เองจะเป็นตัวบอกถึงลำดับขั้นในการทำต่อไป
เมื่อวาดแบบเสร็จแล้วจะเป็นขั้นตอนถัดไปคือการลงสี หรือเลือกสี ซึ่ง Fashion Design
แต่ละคนมีรูปแบบและการทำงานที่แตกต่างกันไป
แต่เป็นคอนเซ็ปต์คือการทำให้จินตนาการเห็นภาพมากขึ้นก่อนที่จะผลิตเสื้อผ้าออกมาจริง
2. การทำแพทเทิร์น
ปัจจุบันวิธีการทำแพทเทิร์นจะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก
วิธีที่ 1: วาดแบบแพทเทิร์นลงในกระดาษทำแพทเทิร์น วิธีนี้เหมาะสำหรับนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นที่ชำนาญแล้ว
สามารถวัด และกำหนดขนาดของ องค์ประกอบแต่ละส่วนของเสื้อได้
วิธีที่ 2: ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบแพทเทิร์นเสื้อผ้า
วิธีนี้เหมาะสำหรับนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญ เรื่องขนาดขององค์ประกอบแต่ละส่วนของเสื้อ
นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นมือใหม่สามารถทำแพทเทอร์นเสื้อผ้าได้ด้วยตัวเอง โดยใช้ 5
โปรแกรมยอดนิยมที่ใช้ในการการออกแบบแพทเทิร์นเสื้อผ้า อาทิ เช่น CAD PATTERN DESIGN, POLY
PATTERN DESIGN, FASHION DESIGN SOFTWARE, TEXPRO DESIGN CAD SYSTEM TEXTILE หรือ
LECTRA MODARIS PATTERN
3. การทดลองสวมใส่จริง (FITTING)
หากเราเคยตัดเสื้อผ้าในห้องเสื้อที่มีมาตรฐาน คงจะพอจำกันได้ว่า หลังจากการวัดตัวครั้งแรกไปซักระยะหนึ่ง
ทางร้านจะให้เข้าไปที่ร้านเพื่อทำการลองชุด ซึ่งชุดที่ให้ลองในครั้งแรกนี้จะเป็นชุดที่เย็บแบบชั่วคราว
เพื่อให้ช่างตัดเสื้อได้ดูผลงานแบบคร่าว ๆ และแก้ไขจุดที่ผิดพลาดได้ทันท่วงทีหลังจากการวัดไซส์ในครั้งแรก
เนื่องจากถ้าหากตัดเย็บจริงไปแล้ว เกิดความผิดพลาดขึ้น อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่หมดขั้นตอน ทำให้ขั้นตอน FITTINGนี้ขึ้น…

อยากดูรวยด้วยการแต่งตัว มีเคล็ดลับให้ต้องทำตามกันดังนี้เลย

การแต่งตัวนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพของเรา
บางคนที่ไม่ได้มีฐานะดีอะไรนักก็สามารถดูรวยขึ้นมาได้
ด้วยการแต่งตัวเพียงอย่างเดียวนี่แหละ มันมีเคล็ดลับดังนี้เลย

ก่อนอื่นให้เน้นไปที่โทนสีของเสื้อผ้าที่จะใส่ก่อน ถ้าจะเอาให้เซฟสุดๆ
ก็ให้เน้นที่โทนสีขาว-สีดำเอาไว้ นี่คือชุดสีที่สามารถใส่เข้ากับอะไรก็ได้ง่ายๆ
แถมยังดูแพงอีกด้วย มันจะช่วยให้ผู้ใส่สามารถคุมโทนการแต่งกายได้
ไม่ใช่ว่านึกอยากจะหยิบอะไรมาใส่ก็ใส่
หรือถ้าใครที่ต้องการเพิ่มเติมสีสันเข้าไปหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องยาก

เพราะว่าการแต่งกายแบบเน้นสีสันนั้นก็สามารถทำให้ดูแพงได้เช่นกัน
เพียงแต่ว่าต้องจับคู่เสื้อผ้ากับรองเท้า รวมไปถึงไอเท็มเสริมต่างๆ ให้เข้ากันดี
พยายามเลือกโทนสีที่ใกล้เคียงกัน
ถ้าอยากจะแต่งแนวสุภาพเรียบร้อยก็ให้เป็นไปในทางนั้นไปเลย
หรือว่าถ้าอยากแต่งแนวเอิร์ธโทนก็ให้เป็นไปตามนั้น

สำหรับผู้ชายแล้ว
การใส่เสื้อเชิ้ตนั้นถือว่าเป็นไอเท็มสำคัญที่จะทำให้ดูสุภาพเรียบร้อย
และดูดีขึ้นมาได้ แต่ถ้าอยากให้ดูแพงก็ควรต้องเน้นไปที่ไอเท็มเสริมบ้าง
อย่างเช่นนาฬิกา ไม่ได้บอกให้ต้องไปหาซื้อเรือนละเป็นแสนเป็นล้านมาใส่
แต่ขอให้เป็นนาฬิกาที่ดูดี
ไม่ใช่แบบที่มองปราดเดียวแล้วรู้เลยว่าซื้อมาจากตลาดนัดแน่ๆ
นี่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราดูรวยขึ้นมาได้

ขณะที่ผู้หญิง ไอเท็มเสริมที่จำเป็นก็คงจะเป็นกระเป๋าถือ
ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบรนด์เนมแพงๆ เช่นกัน
แต่ควรต้องเป็นดีไซน์ที่ดูแล้วไม่เกร่อ
ถือแล้วสามารถเดินเชิดหน้าชูตาได้อย่างมั่นใจ
นี่แหละคือเคล็ดลับสำหรับฝั่งผู้หญิง

ไอเท็มเสริมอื่นๆ
อย่างเช่นแว่นกันแดดก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำตัวให้ดูมีลุคเหมือนคนมีฐาน
ะ มันสามารถใช้ได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ข้อความระวังสำหรับคนที่ต้องการแต่งตัวให้ดูแพงคือ
ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องไปซื้อเสื้อผ้าแบรนด์แพงๆ มาใส่
ในที่นี้หมายถึงใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
เพราะมันจะดูพยายามแต่งให้ตัวเองดูรวยมากจนเกินไป
อีกทั้งถ้าบุคลิกไม่ให้แล้วล่ะก็
คนภายนอกอาจจะมองว่าเราซื้อของปลอมมาใส่อีกต่างหาก
ความพอดีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความมั่นใจของเราเอง
สังเกตได้ว่าคนรวยทั้งหลายจะมีบุคลิกมั่นใจในตัวเองแบบสุดๆ
นี่คือสิ่งที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเราได้อีกด้วย
ถ้ามีความมั่นใจบวกกับการแต่งกายที่ใช่
เชื่อได้เลยว่าเราจะดูรวยดูแพงขึ้นมาแน่นอน…

“เมื่อเข้าสู่…ฤดูฝน”

ยินดีต้อนรับสู่เดือนกรกฏาคม และเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการนะคะทุกคน
เป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะห้ามสายฝนที่พร้อมจะเทลงมาทุกเมื่อ ตลอดเวลาโดยไม่บอกกล่าวกันเลย
บางครั้งนั้นก็ทำให้เสื้อผ้าหน้าผมของเราเปียกแฉะในพริบตาได้เลยทีเดียว
นอกจากเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์บนใบหน้าแล้วนั้น
สิ่งที่ทำให้หงุดหงิดใจของเราอีกก็คือการที่รองเท้าคู่โปรดของเราเปรอะเปื้อน
หลายๆคนเลยรู้สึกไม่ชอบเจ้าฤดูฝนนี้ไปโดยปริยาย แต่อย่าเครียดหรือกังวลใจไปค่ะ
ฤดูฝนแบบนี้เราก็สามารถที่จะสวยท้าฝนกันได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
กับแฟชั่นหน้าฝนที่มีไอเท็มต่างๆเรียงรายมาให้ทุกท่านได้เลือกกัน
1. เสื้อกันฝนตัวสวย ใส่แล้วน่ารัก
ปัจจุบันมีเสื้อกันฝนมากมายที่ถูกผลิตออกมาขายตามท้องตลาด
เสื้อกันฝนทุกวันนี้พัฒนาขึ้นเยอะมากค่ะ สีสันลวดลายน่ารักสดใส น้ำหนักเบา
พกพาสะดวก จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีแต่เสื้อกันฝนแบบยางหนาๆ เชยๆ เทอะทะอีกต่อไปแล้ว
2. สิ่งที่ควรมีต่อมาในช่วงหน้าฝน คือร่มกันฝนหลากหลายลวดลาย
นาทีนี้ใครไม่มีคงไม่ได้แล้ว ร่มสารพัดประโยชน์
นอกจากกันแดดกันฝนให้เราได้แล้ว
ยังใช้ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมสวยๆประกอบการถ่ายภาพได้อีกด้วยค่ะ
3. รองเท้ายางสุดคิ้วท์ นอกจากสวมใส่สบาย
เดินไปไหนมาไหนสะดวกแล้วรองเท้ายางนี้ยังไม่กลัวน้ำอีกด้วย
รองเท้ายางถูกออกแบบมาให้ใส่ลุยน้ำได้ ไม่อับชื้น ไม่เฉอะแฉะอับเท้า แห้งไว
เจ้าของแบรนด์หลายๆคนก็ออกแบบมาได้น่ารัก ดูดี ใส่แล้วไม่ดูน่าเกลียด ดังนั้น
จงมั่นใจค่ะ เวลาที่เราเดินลุยน้ำ ไม่ต้องห่วงว่ารองเท้าคู่โปรดนั้นจะพัง
4. เครื่องสำอางกันน้ำเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ควรเลือกใช้
จริงๆไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าฝนเท่านั้น
แต่สำหรับผู้คนเมืองร้อนอย่างบ้านเราเครื่องสำอางค์กันน้ำนั้นจำเป็นอย่างมาก
ในวันที่ฝนไม่ตกก็อาจจะช่วยกันเหงื่อหรือคราบน้ำตาได้
ช่วยปกป้องใบหน้าของเรา ทำให้รองพื้นไม่ลอก
มาสคาร่าไม่หลุดไหลเยิ้มจนกลายเป็นแพนด้าน้อย เครื่องสำอางกันน้ำนี่แหละ
ที่จะทำให้โลกได้เห็นว่า ผู้หญิงสวยได้ทุกเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนเปียก
ซึ่งทุกคนต้องดูเเลสภาพหน้าของเราให้ดีพร้อมที่จะสู้กับทุกฤดูกาลของเมืองไทย
เเละนี้คือสิ่งที่จำเป็นในฤดูฝนเเบบนี้สำหรับคุณผู้หญิงที่ควรมีติดตัวไว้เพื่อไว้สู้กับฝน
ที่จะไม่รู้มันจะตกตอนไหนเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา
เเละจะทำให้เราดูสวยขึ้นในทุกสถานการณ์ไม่ว่าฝนจะเทลงมาเเรงเเค่ไหนเราก็จะ
สู้ได้หากเรามีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีเพื่อให้เรานั้นดูดีอยู่เสมอเเละพร้อม
ที่จะออกไปเจอภัยธรรมชาติที่จะมาหาตัวเราผู้หญิงนั้นต้องสวยทุกฤดูกาลเพื่อจะ
ทำให้เราน่ามองเเละเป็นที่สนใจของคนรอบตัวเรา
หากใครสนใจไอเดียทีกล่าวไปก็ลองไปทำกันเลย…

ช่วยไม่ได้ของมันต้องมี 3 รองเท้าสุดฮิตที่คุณไม่ควรพลาดจับจองเป็นเจ้าของ

หมดไปเท่าไหร่แล้วกับคำว่าของมันต้องมีเชื่อว่าหลายคนคงเจอประสบการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน
เพราะคงเป็นเรื่องที่ยากเมื่อเราไปเจอรองเท้าที่ชอบแล้วจะอดใจซื้อได้เว้นเสียแต่ว่าตอนนั้นคุณไม่มีเงินเหลืออยู่ในบัญชีเลยแม้แต่แดงเดียวล่ะก็นะ
แต่รองเท้าเหล่านี้มักมีมนสเน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาจังจองเป็นเจ้าของเสมอ และนี่คือ 3 รองเท้าต่างยี่ห้อที่ขึ้นชื่อของมันต้องมี จะเป็นคู่ใดยี่ห้อไหนบ้าง ติดตามได้ที่นี่
พูม่า คลาสสิค
เริ่มกันที่ตัวแรกกับพูม่า คลาสสิคที่ปัจจุบันยังคงมีคนิยมใส่กันอย่างแพร่หลาย
เพราะด้วยดีไซน์นั้นจัดว่าเหมาะอย่างยิ่งกับการใส่ไปเที่ยว ซึ่งเจ้าพูม่า
คลาสสิคนั้นที่สามารถครองใจคนรักรองเท้าได้นั่นคือมันถูกออกแบบมาให้ถนอมเท้าของคนใส่แบบสุดๆ
ซึ่งหลายคนมักเจอปัญหาเรื่องรองเท้ากัดบ้างเรื่องอับเกินไปบ้างจนบางทีอาจนำไปสู่อาการเท้าเป็นแผล
แต่พูม่า คลาสสิคนั้นตัดปัญหานั้นหมดไป โดยบริเวณขอบรอบๆเท้านั้นใช้เป็นวัสดุหนังนิ่ม
และมีความหนาทำให้สามารถป้องกันอาการเจ็บที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสวมใส่ได้แถมยังมีความยืดหยุ่นสูง
ขณะที่ด้านนอกใช้เป็นหนังกลับทำให้ป้องกันน้ำหรือความชื้นที่จะเข้าตัวรองเท้าได้ในระดับหนึ่งเช่นเดียวกับด้านหน้า
ที่ใช่หนังกลับเช่นเดียวกันส่วนพื้นรองเท้ามีความหนากำลังดีทำให้แม้จะใส่เดินเป็นเวลานานๆก็ไม่รู้สึกเจ็บเท้า
และที่เป็นเอกลักษณ์คือมีโลโก้พูม่าติดอยู่ที่ด้านข้าง
โอนิสึกะ ไทเกอร์ เม็กซิโก
โอนิสึกะถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดฮิตสำหรับคนรักสนีกเกอร์
โดยแบรนด์นี้จะมีความแตกต่างจากรองเท้ายี่ห้ออื่นพอสมควรเพราะเป็นรองเท้าที่ถูกดีไซน์ไม่ให้มีความ
หนามากจนเกินไปที่อาจทำให้เกิดรู้สึกสวมใส่ไม่สบายเวลาเดิน และโอนิสึกะ ไทเกอร์ เม็กซิโก
รุ่นพิเศษที่ออกมานี้ก็มีคุณสมบัติเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อใช้หนังอย่างดีมาเป็นวัสดุหลักแถมลวดลาย
ยังมาในแบบคลาสสิคสไตล์โอนิสึกะอีกทั้งยังแฝงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพราะมันได้รับอิทธิพลไอเดียในการออก
แบบจากการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกส์ที่ประเทศเม็กซิโกเมื่อปี 1966
จนสุดท้ายกลายมาเป็นรองเท้าโอนิสึกะ ไทเกอร์ เม็กซิโกที่ตีตลาดได้ถล่มทลาย
และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้
รีบ็อกซ์ คลาสสิค
เราอาจจะเห็นแบรนด์นี้เป็นที่นิยมในหมู่คนเล่นกีฬา
แต่รีบ็อกซ์เองก็ยังได้รับความนิยมเรื่องของสนีกเกอร์ใส่เที่ยวเช่นเดียวกัน โดยรีบ็อกซ์ คลาสสิค
แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าคลาสสิคย่อมมีลวดลายแบบดั้งเดิม แต่ดูแล้วเท่ห์สุดๆยามสวมใส่
จริงๆแล้วรองเท้ารุ่นนี้ของรีบ็อกซ์ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่ผู้หญิงเพราะรูปทรงนั้นค่อนข้างออก
ไปทางผู้หญิงเสียมากกว่าที่พื้นถูกออกแบบมาให้หนาเป็นพิเศษ
ส่วนหนังที่นำมาใช้นั้นมีความนิ่มมากๆจึงทำให้มันได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
แต่ในปัจจุบันต้องบอกว่าหายากอยู่เหมือนกันกับเจ้ารุ่นนี้…

กางเกงสแล็ค วิธีใส่ให้ดูดี กับ 5 ลุคที่ควรเลี่ยง

กางเกงสแล็ค ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทำงาน
เพราะเป็นเป็นกางเกงทรงสุภาพที่จะช่วยให้การแต่งตัวของคุณมีลุคเท่ๆ
แต่ได้ความเนี้ยบ เรียบร้อยในคราวเดียวกัน ซึ่งนอกจากการใส่ไปทำงานแล้ว
กางเกงสแล็คยังเหมาะสำหรับการแต่งตัวไปงานทางการต่างๆ เช่น งานแต่งงาน
การสัมภาษณ์งาน หรืองานอื่นๆ ที่ต้องต้องแต่งตัวแบบสุภาพ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า
กางเกงสแล็คคือกางเกงที่เหมาะสำหรับคุณผู้ชายที่ต้องมีติดตู้เอาไว้
กางเกงสแล็คอาจจะทำให้หลายๆ
คนมองว่าเป็นกางเกงที่ใส่ได้ง่ายจับคู่ได้กับเสื้อเชิ้ตได้แบบสบายๆ แต่อย่างไรก็ตาม
ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่คุณไม่ควรทำเมื่อต้องใส่กางเกงสแล็ค
วันนี้เราจะมาดูกันบ้างว่ามีสิ่งไหนที่คุณไม่ควรทำ
1. แต่งตัวด้วยโทนสีที่ไม่เข้ากัน
สำหรับบางคนที่ไม่ได้มีเสื้อหรือกางเกงมากมายนัก
การจะหยิบจับเสื้อผ้าที่ให้โทนสีแมทช์กันแบบพอดีๆ อาจจะเป็นเรื่องยากเล็กน้อย
ทางที่ดีการเลือกกางเกงสแล็คก็ควรเลือกสีเบสิคที่สุดอย่างสีดำหรือเทาเข้ม
เพื่อที่จะได้แมทช์ได้ง่ายๆ กับเสื้อเชิ้ตสีต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย
เพราะคงมีไม่บ่อยนักที่เราจะหยิบกางเกงสแล็คสีฟ้าหรือน้ำเงินมาจับคู่กับเสื้อเชิ้ตสีแดงหรือส้ม
เพื่อใส่ไปทำงาน แต่ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจับคู่แมทช์สีเสื้อกับกางอยู่แล้ว ก็อาจจะมองข้ามข้อนี้ไปได้เลย
2. ใส่สแล็คแบบยับๆ
กางเกงสแล็คไม่เหมือนกับกางเกงยีนส์ ดังนั้น
ลุคของกางเกงสแล็คที่ถูกต้องคือเป็นลุคเนี้ยบๆ
หากกางเกงของคุณเป็นแบบมีจีบก็ควรจะรีดมาเรียบเนี๊ยบ เห็นเส้นของรอยจีบชัดๆ
หรือหากไม่ใช้กางเกงที่มีจีบก็สามารถรีดให้เรียบเพื่อลดรอยยับต่างๆ ได้จะดีที่สุด
3. ใส่แบบพับขากางเกงขึ้น
อย่างที่ได้กล่าวไปในข้อที่แล้วว่า กางเกงสแล็ค สิ่งสำคัญคือความเนี้ยบ ฉะนั้น
คุณไม่ควรที่จะพับมันขึ้นมา เพราะจะทำให้ความเนี้ยบดูดีหายไป
หากคุณชอบที่จะพับขากางเกงจริงๆ
แนะนำว่าให้เลือกใส่กางเกงชิโน่หรือกางเกงยีนส์แทน
ซึ่งวิธีเลือกกางเกงสแล็คเพื่อใส่ออกงาน
คุณสามารถที่จะใส่กางเกงสแล็คที่มีขาสูงขึ้นมาประมาณ 2-3 นิ้ว
เพื่อโชว์รองเท้าหนังแบบ Boat Shoe หรือสนีคเกอร์สีขาวคู่โปรดของคุณได้
4. ใส่คู่กับรองเท้าแตะ
ในเมื่อเป็นลุคเนี้ยบอยู่แล้ว
ย่อมไม่มีใครใส่กางเกงสแล็คกับรองเท้าแตะแล้วดูดีอย่างแน่นอน
เพราะความเท่ที่ต้องการจะไม่หลงเหลือเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม
หากต้องการใส่เพียงชั่วคราวเช่นไปซื้อของใกล้บ้าน หรือไม่ได้ออกงานที่ไหนก็พอจะเข้าใจได้
5. ใส่ร่วมกับเป้ หรือกระเป๋าคาดเอว
สองอย่างนี้ไม่ควรอยู่ร่วมกับชุดที่ต้องใส่กางเกงสแล็คสุดเนี๊ยบของคุณเด็ดขาด
เพราะมันเป็นของที่ไม่เข้าคู่กัน แถมยังทำให้ความเนี๊ยบของคุณลดลงไปมาก…

วินเทจ คืออะไร

วินเทจ (Vintage) คือ แฟชั่นแนวย้อนยุค หรือของเก่าที่เปรียบเสมือนการบ่มหมักไวน์ที่ยิ่งเก่ายิ่งเจ๋งยิ่งแพง
เป็นแนวแฟชั่นที่เรียกได้ว่ามีเพียงชิ้นเดียวเลยก็ว่าได้ ไม่ได้ทำหรือผลิตออกมาเป็นโหล
ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายทั่วไปตามร้านขายส่งต่างๆ และแม้ว่าคุณจะมีเงินมากมายเพียงใด
หากเป็นของวินเทจแล้วล่ะก็ไม่สามารถหาซื้อมาเก็บไว้ได้หลายๆ
อันซึ่งนี่เองที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ของแฟชั่นที่เป็นวินเทจซึ่งไม่ซ้ำแบบใครสามารถนำมาใช้ประยุกต์ให้เข้ากับความเป็นตัว
ของเราเองในแบบสวยไม่ซ้ำทำให้มีหลายคนเลยทีเดียวที่ชอบแฟชั่นแนวนี้
วินเทจสามารถเรียกได้ว่าเป็นแนวแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมาช้านานตั้งแต่อดีตเลยก็ว่าได้
ซึ่งของแนววินเทจนี้มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง, งานศิลปะ, รถยนต์ หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าสินค้าวินเทจจะต้องเป็นสินค้ามือสองเท่านั้น ซึ่งจริงๆ
แล้วของวินเทจไม่จำเป็นต้องเป็นของมือสองหรือผ่านการใช้งานมาแล้วเสมอไป
เพราะแม้ว่าจะเป็นของที่อยู่ในกล่องโดยไม่ได้มีการแกะออกมาเรียกว่ายังใหม่อยู่ แต่ผ่านระยะเวลามาถึง 20 – 30 ปี
ก็สามารถเป็นของแนววินเทจได้เช่นกัน
หลายคนที่ชอบสไตล์วินเทจเนื่องจากมีความสนุกกับการนำของวินเทจมาประยุกต์ใช้ให้ดูสวยงามและแปลกตาในแบบ
ที่ไม่ซ้ำใครอีกต่างหาก ทำให้สิ่งของนั้นมีคุณค่าในตัวเอง ประกอบออกมาแล้วสวยงามดูเข้ากันไม่ขัดตา
แม้ว่าจะเป็นของที่เก่าสไตล์วินเทจก็ตาม ทำให้หลายคนรู้สึกอยากเก็บสะสมไว้
นอกจากนี้ คนรักวินเทจต่างรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองของสไตล์วินเทจนี้
ซึ่งของแต่ละชิ้นต้องใช้เวลาในการหามาประดับตกแต่งเพื่อให้เข้ากับการออกแบบ
จึงทำให้สิ่งของเหล่านี้ดูมีค่าและเสมือนการออกตามหาข้าวของไปเรื่อยๆ
หรือสไตล์การแต่งตัวที่ต้องนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้าคู่กันระหว่างเสื้อและกางเกงหรือกระโปรง
โดยควรเลือกการเข้าคู่ระหว่างเสื้อผ้าวินเทจและเสื้อผ้าสมัยปัจจุบัน เพราะนอกจากจะทำให้ดูเก๋มีสไตล์แล้ว
ยังดูไม่เชยและเข้ากับยุคสมัยอีกต่างหาก…

แต่งกายให้ดูภูมิฐาน

1.เลือกโทนสีอ่อนหรือสีเบจ และเลือกแมทช์ไอเท็มโทนสีใกล้เคียงกัน เช่น สีเอิร์ธโทน หรือสีโทนสุภาพ
เพราะจะทำให้ลุคดูเรียบหรู ราคาแพง
2.อย่านุ่งสั้นจนเกินไป หรือคับจนเกินไป
แฟชั่นที่แบบรัดติ้วทั้งบนทั้งล่าง ที่คิดว่าเซ็กซี่ แต่งไปแล้วดูไม่แพงสุด ๆ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่รัดได้
แต่อย่าฟิตทั้งบนทั้งล่าง ถ้าจะเลือกเสื้อรัดก็ให้ใส่กางเกงหรือกระโปรงที่หลวม ๆ ที่มีระบาย
แต่ถ้าอยากใส่กางเกงหรือกระโปรงรัด เสื้อด้านบนก็ควรหลวม
3.ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ แบรนเนม
ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อแบรนด์เนมหรือของแพงๆแต่การใช้กระเป๋า เข็มขัด ผ้าพันคอ หมวกและพร็อพอื่นๆ
ที่ทำมาจากเนื้อผ้าและวัสดุที่ดี เมื่อนำมาสวมใส่กับเสื้อผ้าแล้วมันก็ทำให้ดูดีขึ้นได้ อีกอย่างของพวกนี้ทนทาน
ซื้อแพงหน่อยแต่ใช้นาน ก็ถือว่าคุ้ม
4.เลือกรองเท้าที่สดใสหรือเปลือย
สีเหลือง, สีฟ้า, สีแดงและสีนู้ด แมตช์กับเสื้อผ้าง่ายแถวใส่แล้วดูโก้สุดๆ
หรือหารองเท้าที่โทนใกล้เคียงกับสีผิวจะทำให้ดูดีขึ้นได้เลยทีเดียว

5.ลูกไม้สีขาว
การใส่ลูกไม้บ้างในบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้แก่หรือเชยจนเกินไป แต่ต้องเป้นลูกไม้ที่คัตติ้งเนี้ยบนะ
ที่สำคัญควรเป้นสีขาวจะทำให้ลุคของคุณดูเป้นคุณหนูและแพงขึ้นเลยทีเดียว
6.เสื้อผ้าสีขาว
เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น และกางเกงยีนส์สีขาว เป็นเบสิคไอเท็มแถมมีอยู่ทุกบ้าน
และยังครีเอทลุคคุณให้ดูแพงแบบง่ายๆ ลองใส่เสื้อเชิ้ตขาวคู่กับกางเกงคูลอต หรือสกินนี่เท่ๆ
ก็ให้ลุคสาวมั่นแบบง่ายๆ อยากดูหวานก็ใส่ส้นสูง แต่ถ้าอยากดูแมนๆ เท่ๆ ก็ใส่สนีกเกอร์เลย
7.เปลี่ยนกระดุมเก่า
การเปลี่ยนกระดุมก้ทำให้เสื้อผ้าสวยงามมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ชุดที่มีกระดุมพลาสติกไม่สวยงาม
คุณก็เปลี่ยนมาใส่กระดุมโลหะจากเสื้อผ้าเก่าของคุณมาเปลี่ยนแทน ก็ทำให้ชุดสวยดูแพงมีระดับขึ้นแล้ว
8.สปอร์ตเกิร์ล
เพิ่มความสปอร์ตให้กับชุด ด้วยรองเท้าผ้าใบสวยๆสักคู่
ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายดูลุคสปอตเกิร์ลขึ้นมาในทันที
9.ดูดีด้วยสูทแบบเนี้ยบ
เสื้อโค้ทขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนหรือสีเบจ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดตู้
เพราะเมื่อไรหยิบขึ้นมาแมตช์กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินคลาสสิค หรือกระโปรงทรงดินสอด้วยแล้ว
ก็ทำให้ลุควันนั้นของคุณปังขึ้นมาทันที…

แต่งตัวไปบ้านแฟนครั้งแรก

1.เลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เหมาะกับวัย
เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นสิ่งที่เสริมบุคลิกภาพที่สุด และบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ ต้องเลือกที่คัทติ้งดีๆ
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม เสื้อสเวตเตอร์ตัวสั้น ใส่กับกระโปรง-กางเกงเอวสูงดีที่สุด
ส่วนสำหรับสเวตเตอร์ตัวยาว ไปกันได้ดีมาก กับช้อตท์แพนท์ เลกกิ้ง และกางเกงขาเดฟ
แต่ถ้าใครอยากใส่กระโปรงมากกว่า ก็สามารถใส่กระโปรงได้ แต่ไม่ควรแต่งตัวโป๊ กางเกงขาด หรือสีโทนขาวดำ
2.ทรงผม
เลือกทรงที่รับกับใบหน้าและบุคลิก โดยการเลือกช่างผมมืออาชีพที่มีผลงานให้เห็น รวมทั้งความเหมาะกับใบหน้า
ที่มีช่างมืออาชีพตัดให้ ไม่ควรทำสีผมสีฉูดฉาดในการพบครอบครัวแฟนครั้งแรก เคล็ดลับคือควรเข้าร้านเล็มทรง
ผมทุก 3 เดือนครั้ง เพราะฝีกรรไกรที่ฝากไว้ที่ผมของเรา ช่างอาชีพจะรู้เลยว่าฝีมือระดับไหน
3.การแต่งหน้า
แต่ต้องเลือกอย่างระวัง ให้เหมาะกับสภาพผิว และสีผิว ไม่แต่งหน้าจัดจนเกินไป
แต่งให้เป็นะรรมชาติเป็นตัวเองที่สุด โดยอาจจะใช้เครื่องสำอางหลายอย่างราคาหลักร้อย
ที่สำคัญซื้อใช้ทีละแบรนด์อย่าใช้มั่ว เพราะหากแพ้ขึ้นมาจะได้รู้ว่าเกิดจากตัวไหน
4.รองเท้า
เลือกรองเท้าที่ดีและมีคุณภาพเพียงคู่เดียว แบบเรียบ สีดำหรือน้ำตาล หรืออาจจะเป็นคัทชูหุ้มส้น
ใส่ได้ทุกโอกาส เอาแบบที่ใส่แล้วไม่กัด เดินได้ทน สบายฝ่าเท้า จะช่วยเสริมบุคลิกภาพ
และความมั่นใจให้กับเราอีกด้วย
5.เล็บมือเท้า
การจะสวยและดูดีนั้นเล็บก็เป็นสิ่งสำคัญ อาจจะทาแค่ตัวบำรุงหรือไม่ทาเลยส่วนเล็บเท้า
ถ้าใส่รองเท้าหน้าเปิดต้องทาเล็บเลือกแบบสีสุภาพ ถ้าเล็บลอกต้องรีบเช็ดออก อย่าปล่อยให้กระดำกระด่าง
ไม่ควรปล่อยปละละเลยจนเล็บดูไม่เป็นรูปทรง โดยควรตัดเล็บให้สั้นพอสมควรไม่ปล่อยยาวจนเกินไป
และควรตัดหนังแข็งๆ รอบๆ เล็บให้สะอาดบ้าง นอกจากนี้ ไม่ควรเข้าร้านทำเล็บบ่อยเกินไป
เพราะช่างมักจะมีการแคะซอกเล็บ หรือตัดจมูกเล็บออกบ่อยๆ จนผิวบริเวณซอกเล็บหรือจมูกเล็บเกิดความเสียหาย
อย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่ควรทาเล็บบ่อยและไม่ควรใช้น้ำยาล้างเล็บมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากบางครั้ง
ยาทาเล็บไม่มีคุณภาพ สารเคมีที่อยู่ในยาทาเล็บจะเข้าไปทำลายเนื้อเล็บจนทำให้เล็บเหลืองไม่สดใส
ส่วนน้ำยาล้างเล็บก็จะทำให้เล็บแห้ง แตก หักง่าย
6.บุคลิกภาพที่ดูดี
การมีบุคลิกภาพที่ดีย่อมทำให้เราดูดีอยู่เสมอ เช่น นั่ง เดินหลังตรง ไม่เดินเร็วไป ช้าไป แกว่งแขนให้ได้องศาพอดีๆ
ฯลฯ ก้จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้นอีกมากทีเดียว…

สิ่งที่ต้องรู้!5วิธีเลือกซื้อรองเท้าให้เข้ากับคุณ

อย่างแรกต้องเริ่มจาก ดูลักษณะเท้าตัวเองก่อน โดยก่อนจะไปซื้อรองเท้า
ลองก้มมองแล้วพินิจพิจารณาดูลักษณะของเท้าตัวเองเสียก่อน ว่ามีลักษณะอย่างไร วิธีก็คือ ลองเอาเท้าไปจุ่มน้ำ
แล้วเหยียบลงบนกระดาษขาว ถ้าเท้าของคุณมีลักษณะโค้งแบน
รอยน้ำจะแสดงให้เห็นผิวสัมผัสบนกระดาษอย่างชัดเจน ถ้าเป็นเท้าแบบโค้งสูง รอยน้ำจะขาดหายบริเวณกลางฝ่าเท้า
และถ้าเป็นรอยเท้าปกติ รอยน้ำจะปรากฏประมาณครึ่งหนึ่ง พอรู้แล้ว
จะได้เลือกพื้นรองเท้าที่เหมาะสมกับฝ่าเท้าของตัวเองได้
ต่อด้วย ดูลักษณะปลายเท้า อีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึงนั่นก็คือ ลักษณะของปลายเท้า
คุณต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเป็นคนมีลักษณะปลายเท้าแบบไหน หากปลายเท้าของคุณกว้าง
รองเท้าหัวแคบและเล็กจนทำให้นิ้วเท้าของคุณอึดอัดก็คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี แต่หากปลายเท้าของคุณเล็ก
รองเท้าหัวกว้างก็คงไม่ให้ความรู้สึกกระชับขณะสวมใส่สักเท่าไรนัก
ต่อมาควรเลือกซื้อรองเท้า ตอนใกล้หมดวัน เท้าจะมีขนาดใหญ๋ขึ้นเล็กน้อยเมื่อผ่านการเดินมาตลอดทั้งวัน
เนื่องจากมีเลือดไหลเวียนมาที่เท้ามากขึ้น จึงเป็นเวลาที่เหมาะจะเลือกรองเท้ามากที่สุด
เพราะคุณจะแน่ใจได้ว่านี่เป็นไซส์รองเท้าที่เหมาะสมกับเท้าของคุณจริงๆ
ไม่หลวมเกินไปและไม่คับเกินไปเมื่อเท้าของคุณขยายตัวแม้ผ่านการเดินมาตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน อ๊ะ
แต่อย่าลืมเช็คให้แน่ใจก่อนว่ากลิ่นเท้าของคุณจะไม่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมในร้านรองเท้า
เดี๋ยวคนแถวนั้นจะขมคอกันไปหมด ยังไงก็แก้ปัญหากลิ่นเท้าเหม็นไว้แต่เนิ่นๆ จะดีกว่า
สี่ต้องลองรองเท้าซัก 3-4 ไซส์ เพราะไซส์เดียวกันของแต่ละแบรนด์หรือประเภทรองเท้าอาจไม่เท่ากันเสียทีเดียว
เพื่อความแน่ใจ คุณควรลองไซส์ที่คุณใส่อยู่ประจำก่อน แล้วลองไซส์ที่ใหญ่ขึ้นกับเล็กลงเล็กน้อย
แล้วลองนำความรู้สึกมาเปรียบเทียบกันว่า ไซส์ไหนที่ใส่แล้วรู้สึกกระชับและสบายมากที่สุด ย้ำว่ากระชับ
ไม่ใช่คับเล็กน้อย เพราะใส่ๆ ไป อาจจะรู้สึกปวดขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมปัจจัยใน 3 ข้อด้านบนด้วย
ปิดท้ายกันที่ ลองใส่รองเท้าทั้ง 2 ข้างแล้วเดิน ต่อให้คุณลองใส่แล้วมันกระชับพอดีแค่ไหนก็ตาม
แต่นั่นก็ยังไม่พอที่จะการันตีได้ว่ารองเท้าคู่นั้นเหมาะสมกับคุณอย่างแท้จริงจนกว่าคุณจะได้ลองสวมแล้วเดิน
เพราะการเดินจะบอกคุณได้ว่า เท้ากับรองเท้าเสียดสีกันหรือไม่
พื้นรองเท้านุ่มและเหมาะสมที่จะรองรับการถ่ายเทน้ำหนักตามลักษณะการเดินของคุณได้ดีหรือเปล่า และที่สำคัญคือ
มันจะบอกคุณได้ว่า มีส่วนไหนของฝ่าเท้าคุณที่ถูกบีบรัดเมื่อในระหว่างที่คุณเดินหรือไม่…