3 รองเท้าสุดชิคที่ยังไงก็ไม่มีวันตกเทรน

รองเท้าผ้าใบจัดเป็นหนึ่งในไอเทมยอดนิยมที่วัยรุ่นมักมีไว้ครอบครอง
เพราะมันคือหนึ่งในไอเทมยอดฮิตสำหรับการแต่งตัว
สำหรับราคาของรองเท้าผ้าใบก็ตกต่างกันออกไปบ้างถูกบ้างก็แพงแถมบางรุ่นบางยี่ห้อนั้นมีเอกลักษณ์ที่
แตกต่างกันออกไป
ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยนั้นมีหลายยี่ห้อเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมากมายเลยทีเดียวดังนั้นเราจึงข
อพาคุณไปชม 3 รองเท้าที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆที่แม้ว่าบางคู่จะออกมานานนับปี
แต่มันยังคงเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการจนถึงเวลานี้
คอนเวอร์ส สปริงส์
แน่นอนว่าคงไม่ผิดคาดที่คอนเวอร์สจะเป็นยี่ห้อรองเท้ายอดนิยมยี่ห้อหนึ่งเพราะถือได้ว่าเป็นรองเท้าที่มีเ
อกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก สำหรับคอนเวอร์สนั้นดีไซน์ถูกออกแบบมาดูเรียบง่าย
แต่เต็มไปด้วยความโดดเด่นเอกลักษณ์ของมันคือรูสองรูที่อยู่บริเวณตัวด้านข้างของร้องเท้า
ซึ่งหลายรุ่นของคอนเวอร์สจะดีไซน์ออกมาเป็นทรงนี้เอาไว้ ส่วนคอนเวอร์ส
สปริงส์คู่นี้ก็ออกแบบมาในทรงคล้ายๆกัน
แต่จะมีความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆอยู่บ้างนั่นคือส่วนของพื้นรองเท้าที่จะหนามากกว่ารุ่นอื่น
โดยปกติแล้วคอนเวอร์สจะเน้นพื้นหนา แต่เจ้ารุ่นนี้เพิ่มขนาดความหนามากขึ้นไปอีก แต่มันดูไม่เทอะทะ
ซึ่งกลับดูสวยงามซะด้วยซ้ำแถมยังทนทานต่อการใช้งานอีกทั้งสีที่ถูกผลิตออกมายังเป็นโทนอ่อนจนมันไ
ด้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
อดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออน
หนึ่งในรองเท้าที่ยังคงมีคนตามหาเพื่อจับจองเป็นเจ้าของจนถึงเวลานี้จริงๆแล้วอดิดาสเป็นหนึ่งในยี่ห้อที่
ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงอยู่แล้วจนบางรุ่นต้องเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่สินค้ายังไม่ถูกส่งมาเมืองไทยดังจะ
เห็นได้ว่า อดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออน ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นเดียวกัน
โดยหากย้อนไปก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งปีนี่คือรองเท้าที่สาวกอาดิดาสยอมลงทุนโดดงานไปนอนรอที่หน้าร้า
นอาดิดาสในเซนทรัลลาดพร้าวเพื่อรอเป็นเจ้าของ อดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออน
ซึ่งในตอนนั้นมีจำนวนหลักร้อยคนเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันหลักปิดรับพรรออเดอร์ก็ยังมีกระแสคนเรียกร้องให้ทางศูนย์อาดิดาสนำเข้ามาจำหน่ายเพิ่ม
สะท้อนความนิยมของเจ้าอดิดาส ซุปเปอร์สตาร์ สลิปออนขึ้นไปอีกขั้น
แต่รองเท้ารุ่นนี้ก็มีราคาที่แตกต่างกันออกไปโดยในแต่ละรุ่นราคาจะไลตั้งแต่ 1900 ไปจนถึง 10000
บาทเลยทีเดียว
ไนกี้ แอร์ แมกซ์
เรียกได้ว่าไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยหนึ่งในรุ่นรองเท้าจากแบรนด์ไนกี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดหนีไม่
พ้น ไนกี้ แอร์ แมกซ์ สำหรับรุ่นนี้ถูกดีไซน์ออกมาให้ดูสมส่วนสุดๆ และมีความสวยงามแม้รูปร่างจะดูตัน
แต่จริงๆแล้วเบาใส่สบายไม่อับชื้นรวมถึงยังมีหลายราคาที่ทำให้ผู้ซื้อสามารถจับต้องได้ง่ายจนเป็นที่นิยม
มาถึงทุกวันนี้…

7 สิ่งที่ควรทำ ถ้าอยากเป็น “Fashionista”

ผู้ที่สนใจเรื่องแฟชั่นเครื่องแต่งกายคงคุ้นเคยกับคำว่า Fashionista
ซึ่งหมายถึง ผู้นำแฟชั่น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวงการแฟชั่น เช่น ดีไซเนอร์ นางแบบ
หรือผู้ที่เกาะติดและก้าวตามกระแสแฟชั่นอย่างใกล้ชิด
เนื่องสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดศัพท์ใหม่ขึ้น
คือ recessionista ที่มาจากคำว่า recession (ภาวะเศรษฐกิจถดถอย) + -ista
ใช้เรียกผู้ที่สามารถคงสไตล์การแต่งตัวตามแฟชั่นได้ด้วยงบที่จำกัด
โดยอาศัยเทคนิคต่าง ๆ เช่น แลกชุดกับเพื่อน หรือซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมมือสอง
แฟชั่นนิสต้า ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวตามแฟชั่นเท่านั้น
แต่ยังหมายถึงผู้หญิงที่รู้จักเน้นจุดขาย กลบจุดด้อย
รู้จักสร้างสรรค์ให้ตัวเองดูโดดเด่นได้ และถ้าคุณอยากจะเป็น Fashionista ตัวจริง
ง่ายนิดเดียว ลองไปดูกันเลยจ้า
1. มองหาแรงบันดาลใจ
แฟชั่นอยู่รอบตัวเรา จะเป็นผู้นำแฟชั่นได้ อันดับแรก
ต้องมีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สไตล์ของตนเองในทุกๆวัน
ให้สาวๆทุกคนทดลองแต่งตัวหลากหลายแบบ
แล้วเราจะรู้เองว่าเราเหมาะกับสไตล์ไหน อะไรที่ใช่ อะไรที่ไม่ใช่ ต้องเรียนรู้กันไป
ของแบบนี้ไม่ได้เป็นกันภายในวันสองวันนะ
2. เข้าสังคมและพบปะเพื่อนฝูง
การมีเพื่อนสนิทที่คนรู้จักเยอะ
จะทำให้เธอสามารถดึงดูดผู้ติดตามให้สนใจในไลฟสไตล์ของเธอมากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่าง “พลอย ชวพร” แฟชั่นนิสต้าสาวมากความสามารถระดับต้นๆของเมืองไทย
3. อ่าน Fashion Magazines
คิดจะเป็นสาวสุดอินเทรนด์ นิตยสารแฟชั่นเนี่ยคลาสสิคที่สุดแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนิตยสาร Vogue หรือ Marie Claireนะ
เป็นตัวช่วยสร้างแรงบัลดาลใจได้ดีทีเดียว
4. มั่นใจในตัวเองเข้าไว้!
การเป็นผู้นำเทรนด์จะต้องกล้าที่จะสร้างสรรค์สไตล์ให้แตกต่างจากสาวๆคนอื่น
เมื่อคุณเชื่อมั่นว่าคุณดูดี คนที่ติดตามคุณก็จะเชื่อว่าเมื่อเขาแต่งตัวตามคุณ
เขาก็จะดูดีเช่นคุณเหมือนกัน ฉะนั้น
ความมั่นใจในตัวเองจึงเป็นตัวหลักที่ช่วยส่งเสริมความเป็นแฟชั่นนิสต้านะ
5. ติดตาม Fashion blogger สม่ำเสมอ
แฟชั่นนิสต้าจะต้องตามเทรนด์เสมอ เธอต้องรู้ว่าอะไรกำลังจะมา
และอะไรกำลังจะไป ด้วยการส่อง IG
ของแฟชั่นบล็อคเกอร์หรือพวกเหล่าคนดังเมืองนอกเพื่อเพิ่มโลกทัศน์ใหม่ๆ
เกี่ยวกับวงการแฟชั่น
6. ดูแลตัวเองให้ดูดีสม่ำเสมอ
จำเป็นอย่างยิ่งที่สาวผู้นำเทรนด์จะต้องมีสุขภาพที่ดี ทั้งภายนอกและภายใน
เช่น หาเวลาว่างเข้าสปา ดูแลตัวเองให้มีผิวสวย อาหารก็เช่นกัน
ควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสุขภาพ เพื่อผิวที่ดีจากภายใน สู่ภายนอกจนใครๆก็อยากมอง
7. มีทัศนคติที่ดี
เธอต้องคิดว่าแฟชั่นคือสิ่งที่ยอดเยี่ยม และถ้าคุณมีทัศนคติที่เป็นบวก
มองโลกในแง่ดี คุณก็จะมีความสุขและสนุกสุดๆ กับการแต่งตัว ดั่งที่
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงดำรัสไว้ว่า…

เลือกสูทให้ดี แค่นี้ก็หล่อแบบกินขาด

สำหรับคนไทยเราไม่ค่อยจะได้ใส่เสื้อสูทไปไหนมาไหนมากนัก เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน
และไม่ค่อยนิยมในการที่จะใส่ไปทำงาน ไม่เหมือนหนุ่มๆพนักงานในต่างประเทศ แต่คนไทยก็ยังจะได่ใส่สูทในงานสำคัญเช่น
งานแต่งงาน แม้ว่าจะนานๆหยิบมาใส่ที แต่นานๆทีก็ต้องหล่อแบบสุดๆ เลยเพราะฉะนั้นการเลือกสูทที่ดี และเข้ากับเรา
นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและคุณผู้ชายทั้งหลายนั้นจะต้องเอาใจใส่อย่างมาก หากว่าอยากที่จะดูดี
ไม่ใช่แต่งออกมาแล้วไม่เข้ากันเลย
เทรนด์สูทผู้ชายในยุคปัจจุบันที่มีโครงเสื้อแบบSharp line มีการตัดเย็บอย่างประณีตและมีชายเสื้อที่สั้นลง
ซึ่งสูทในลักษณะนี้จะทำให้ผู้สวมใส่ดูทันสมัย ได้ลุคอย่างมืออาชีพ แต่ยังคงมีกลิ่นอายของความดั้งเดิมอยู่
เพราะแฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สูทแบบพอดีตัว ( fitted suit ) จึงสามารถผ่าทุกกฎเดิมๆ
สามารถใช้งานได้ทันทีที่หยิบออกจากตู้เสื้อผ้า เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อช่วยคุณมีความรู้ในการเลือกซื้อสูทประเภทนี้ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อคุณมีเนื้อส่วนเกินตามลำตัว เวลาคุณใส่แจ็กเก็ตจะทำให้คุณดูไม่ค่อยสมส่วนสักเท่าไหร่
และเพื่อให้คุณได้ลุคที่ดูดีที่สุดให้จำไว้เสมอว่าเสื้อสูทกระดุมสองเม็ดเหมาะสมที่สุด
เสื้อสูทที่มีกระดุมสองเม็ดเป็นมาตรฐานและดีไซน์มาแล้วว่าเหมาะสมกับร่างกายทุกแบบ
มันจะไม่ดึงดูดความสนใจมารวมที่รูปร่างของคุณเหมือนสูทกระดุมเม็ดเดียวที่ทันสมัยหรือสูทกระดุมสามเม็ดที่ไว้สำหรับคนผอมมาก
ชายหนุ่มเจ้าเนื้อ สูทเรียบๆ จะช่วยทำให้คุณดูหุ่นดีขึ้น ในขณะที่เสื้อผ้าที่มีลายเยอะๆ จะทำให้คุณดูตัวใหญ่ขึ้นไปอีก
แต่ก็ยังคงมีตัวเลือกให้คุณถ้าคุณกำลังหาสูทที่มีดีเทลนิดหน่อย เช่น สูทลายทางจะทำให้คุณดูตัวยาวขึ้น
ดูเหมาะสมและทันสมัย อีกทั้งยังสามารถเลือกสวมใส่สูทที่มีลายเล็กๆ ได้ เพียงแต่คุณต้องเลือกอย่างระมัดระวังเลือกใส่เสื้อสูทที่มีกระดุม 2 เม็ด
ในขณะที่กระดุมควรมีสองเม็ด ให้จำไว้เลยว่ารอยผ่าจะต้องตรงข้ามกัน คุณควรหลีกเลี่ยงเสื้อสูทแบบDouble-vent
เพราะด้วยรอยผ่าสองข้างที่ด้านหลังจะทำให้คุณมีบันท้ายที่ใหญ่มากยิ่งขึ้นและยังเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาอีกต่างหาก
เพราะอย่างนั้นแล้วคุณควรเลือกสูทแบบ Single vent
ที่มีรอยผ่าเดียวข้างหลังสูทจะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้ดีมากยิ่งขึ้นและช่วยให้ดึงดูดความสนใจกับขนาดร่างกายของคุณได้น้อยลง…

6 อันดับรองเท้าสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาล ตอน 2

ครั้งก่อนเราพาคุณไปดู 3 รองเท้ายอดนิยมกันมาแล้วคราวนี้ไปดูสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาล 3
อันดับสุดท้ายกันบ้าง เชื่อได้ว่าบางรุ่นคุณอาจจะต้องอยากรีบออกไปหาซื้อมาเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน
จะมีตัวใดบ้างไปติดตามกันเลย
Nike Air Force 1
ถือเป็นรุ่นที่แปลกตาทีเดียวกับ Nike Air Force 1 ที่ถูกดีไซน์ออกมาเป็นแบบหุ้มข้อ
โดยรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่ได่รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในเมืองไทย
และในต่างแดนจนถึงขั้นผลิตออกมาวางจำหน่ายกันไม่ทันเลยทีเดียว สำหรับ Nike Air Force 1
สามารถใส่ได้ทั้งผู้ชาย
และผู้หญิงเพราะด้วยดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้นั้นไม่ได้เอนไปทางใดทางหนึ่งที่บ่งบอกว่าจะเป็นชายหรือห
ญิง หากแต่เน้นความสวยงามและดูดีไม่เหมือนใครแถมยังเน้นไปที่ความสสิคอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีไนกี้แอร์
วึ่งเรียกได้ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ไนกี้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใส่เข้าไปทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแ
คล่ว และสบายเท้า
Converse All Star
หากการจัดอันดับสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาลไม่มีแบรนด์ดังอย่างคอนเวิด์สมาติดเป็นหนึ่งในนี้คงเป็นก
ารจัดอันดับที่กร่อยพอสมควร เพราะคงไม่มีสนีกเกอร์ยี่ห้อไหนที่จะมีเอกลักษณ์
และได้รับความนิยมเท่าแบรนด์นี้อีกแล้ว
โดยคอนเวิร์ดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของการดีไซน์พื้นที่หนา
ส่วนวัสดึรอบๆรองเท้าก็เน้นที่จะใช้ผ้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก
และที่น่าสนใจไปกว่านั้นยังมีรูประบายอากาศทั้งสองข้างจนกลายเป็นรูปแบบที่บ่งบอกความเป็นคอนเวิร์
สได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับConverse All Star
ที่ถือเป็นเรือธงได้รับความนิยมมากที่สุดของแบรนด์ดังกล่างเลยก็ว่าได้เพราะมไว่าจะใส่กับอะไรหรือจะเ
พศชายเพศหญิงก็สามารถใส่ได้หมด และออกมาดูดีเสียด้วย
Vans Slip-On
ตัดมาดูอันดับสุดท้ายกับ VAns สุดยอดแบรนด์สนีกเกอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก
โดยถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่วัยรุ่นให้ความนิยมเป็นอย่างมากเพราะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเช่นเดียว
กันกับการดีไซน์ให้พื้นมีความหนา และใช้ผ้าเป็นวัสดุหลัก แต่กับเจ้า Vans Slip-On
ถือเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และจนถึงปัจจุบันแม้จะวางจำหน่ายมานาน
แต่ก็ยังมีเหล่าเซเลปนิยมใส่เจ้ารุ่นนี้กันอยู่หลายคนเลยทีเดียวไม่เว้นแม้แต่ จัสติน บีเบอร์ ก็ด้วย
ซึ่งเมื่อยิ่งเป็นดีไซน์แบบ Slip-On
ก็ทำให้การสวมใส่ง่ายขึ้นไม่ต้องยุ่งยากอยู่กับการผูกเชือกรองเท้าอีกต่างหาก…

ดูดีได้ ด้วยเทคนิคการแต่งกายแบบคูลๆ

1.ทรงผม เลือกทรงที่รับกับใบหน้าและบุคลิก อันนี้ต้องหาร้านเสริมสวยระดับกลาง
การคัดสรรจากช่างผมมืออาชีพและสถิติ รวมทั้งความเหมาะกับใบหน้า ที่มีช่างมืออาชีพตัดให้ แต่ไม่แพงมากนัก
แต่ต้องยอมลงทุนนิดหนึ่ง จากนั้นเข้าร้านเล็มทรง 3 เดือนครั้ง เพราะฝีกรรไกรที่ฝากไว้ที่ผมของเรา
ช่างอาชีพจะรู้เลยว่าฝีมือระดับไหน
2.การเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
เพราะเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นสิ่งที่เสริมบุคลิกภาพที่สุด ชุดของผู้หญิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นอย่างไร
ต้องเลือกที่คัทติ้งดีๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่ถ้าให้ดีควรจะซื้อตอนลดราคา 50-80%
เพราะของตอนเซลล์จะมีดีเฟ็คเสียส่วนมาก ไม่แนะนำของจากสำเพ็งหรือแพลทตินั่ม
ถูกก็จริงแต่คุณภาพการเย็บก็ตามราคาค่ะ เช่น เสื้อสเวตเตอร์ตัวสั้น ใส่กับกระโปรง-กางเกงเอวสูงดีที่สุด
ส่วนสำหรับสเวตเตอร์ตัวยาว ไปกันได้ดีมากๆ กับช้อตท์แพนท์ เลกกิ้ง และกางเกงขาเดฟ
แต่ถ้าใครอยากใส่กระโปรงมากกว่า ก็สามารถใส่กระโปรงได้
3.การแต่งหน้า
แต่ต้องเลือกอย่างระวัง ให้เหมาะกับสภาพผิว และสีผิว เครื่องสำอางหลายอย่างราคาหลักร้อย
อย่างฮาดะลาโบ ฯลฯ ที่สำคัญซื้อใช้ทีละแบรนด์ฃอย่าใช้มั่ว เพราะหากแพ้ขึ้นมาจะได้รู้
ว่าเกิดจากตัวไหน
4.รองเท้า
เลือกรองเท้าที่ดีและมีคุณภาพหน่อย เพียงคู่เดียว แบบเรียบ สีดำหรือน้ำตาล
ใส่ได้ทุกโอกาส เอาแบบที่ใส่แล้วไม่กัด เดินได้ทน สบายฝ่าเท้า จะช่วยเสริมบุคลิกภาพ
และความมั่นใจให้กับเราอีกด้วย
5.เล็บมือเท้า
การจะสวยและดูดีนั้นเล็บก็เป็นสิ่งสำคัญ อาจจะทาแค่ตัวบำรุงหรือไม่ทาเลยส่วนเล็บเท้า
ถ้าใส่รองเท้าหน้าเปิดต้องทาเล็บเลือกแบบสีสุภาพ ถ้าเล็บลอกต้องรีบเช็ดออก อย่าปล่อยให้กระดำกระด่าง
ไม่ควรปล่อยปละละเลยจนเล็บดูไม่เป็นรูปทรง โดยควรตัดเล็บให้สั้นพอสมควรไม่ปล่อยยาวจนเกินไป
และควรตัดหนังแข็งๆ รอบๆ เล็บให้สะอาดบ้าง นอกจากนี้ ไม่ควรเข้าร้านทำเล็บบ่อยเกินไป
เพราะช่างมักจะมีการแคะซอกเล็บ หรือตัดจมูกเล็บออกบ่อยๆ จนผิวบริเวณซอกเล็บหรือจมูกเล็บเกิดความเสียหาย
แต่ก็ไม่ควรทาเล็บบ่อยและไม่ควรใช้น้ำยาล้างเล็บมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากบางครั้ง
ยาทาเล็บไม่มีคุณภาพ สารเคมีที่อยู่ในยาทาเล็บจะเข้าไปทำลายเนื้อเล็บจนทำให้เล็บเหลืองไม่สดใส
ส่วนน้ำยาล้างเล็บก็จะทำให้เล็บแห้ง แตก หักง่าย
6.บุคลิกภาพที่ดูดี
การมีบุคลิกภาพที่ดีย่อมทำให้เราดูดีอยู่เสมอ เช่น นั่ง เดินหลังตรง ไม่เดินเร็วไป ช้าไป แกว่งแขนให้ได้องศาพอดีๆ
ฯลฯ ก้จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้นอีกมากทีเดียว…

เทคนิคการเลือกเครื่องประดับ

อัญมณีนั้นมีหลากหลายมาก แต่เมื่อพูดถึงพลอยแล้ว แม้จะเป็นชนิดเดียวกัน แต่กลับมีหลายเฉดสี อย่างแซฟไฟร์-
Sapphire ไม่เพียงจะมีแต่สีน้ำเงิน คนไทยเรียกไพลิน-Blue Sapphire แต่ยังพบว่ามีสีเหลือง คนไทยเรียก
บุษราคัม-Yellow Sapphire และสีชมพู – แดง เรียก ทับทิม-Ruby ยังมี ลักษณะพิเศษอื่น
ที่พบในพลอยชนิดเดียวกัน นอกจากสีที่พบเกือบทุกเฉดสี ทำให้อัญมณีเลอค่าอย่าง  “พลอย”
รวมถึงชอบในความหมายดีๆ ความเป็นมงคลที่แฝงอยู่ในอัญมณีชนิดนี้  แต่บางครั้งก็เป็นการยาก
สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์พอที่จะแยกแยะได้ว่า พลอยเม็ดไหนคือ พลอยแท้ หรือ
พลอยปลอม บทความนี้จึงมาบอกเทคนิคการเลือกวื้อพลอยที่ถูกต้อง
การแยกพลอยตามสี
สีขาว เรียกกันว่า White Sapphire ค่ะ เป็นคอรันดัมบริสุทธิ์ ไม่มีธาตุอื่นๆเจือปน
สีน้ำเงิน เรารู้จักกันในนาม ไพลิน หรือ นิลกาฬ(Blue Sapphire)
สีแดง เรารู้จักกันในนาม ทับทิม (Ruby)
สีเหลือง เราเรียกกันว่า บุษราคัม (Yellow Sapphire)
สีเขียว เรียกว่า เขียวส่อง (Green Sapphire)
และยังมีปรากฎการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Star Sapphire หรือมีรูปดาวปรากฎอยู่บนพลอย
1.สี-ควรเลือกซื้อพลอยที่มีสีเข้มสดใส เช่น ทับทิม ควรมีสีแดงสดไม่อมดำ หรืออมม่วง
ไพลินควรมีสีน้ำเงินสดไม่อมดำ หรืออมเขียว มรกตควรมีสีเขียวเข้มสด
2.น้ำ-ควรมีลักษณะเป็นมันวาว และฉ่ำเหมือนมีน้ำอยู่ข้างใน
เนื้อพลอยไม่แห้งเหมือนเอาก้อนพลาสติกมาเจียระไน
3.สะอาด-ควรเลือกพลอยที่มีเนื้อใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ไม่มีตำหนิ หรือรอยแตกอยู่ภายในเนื้อ เพราะรอยแตก
หรือรอยต่าง ๆ จะทำให้ประกายของพลอยเม็ดนั้นลดความประกายลง
4.ไฟ-คือแสงสะท้อนที่มาจากพลอย ให้สังเกตดูว่ามีประกายมากน้อยเพียงใด เมื่อนำมาส่องกับไฟ
ซึ่งถ้ามีประกายดีจับตาก็แสดงว่าพลอยนั้นมีคุณภาพดี
5.รูปร่าง-พลอยที่ทำการเจียระไนแล้ว อาจมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป เช่น รูปหัวใจ รูปหยดน้ำ รูปทรงกลม
รูปไข่ รูปมาคีส์ รูปสี่เหลี่ยม หรือรูปทรงอื่น ๆ ตามลักษณะที่ได้ออกแบบไว้
ซึ่งพลอยจะต้องมีรูปร่างสัดส่วนกับความกว้างของหน้าพลอย ถ้าหน้าพลอยกว้างมากไป แต่ก้นพลอยบางเกินไป
จะทำให้ไฟดูไม่เป็นประกาย
6.น้ำหนัก-ควรเลือกซื้อพลอยที่มีน้ำหนัก 1 กะรัดขึ้นไป เพราะพลอยที่มีน้ำหนักมากกะรัต
จะย่อมมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับนำไปให้ลูกหลาน หรือเพื่อนำไปขายต่อไป
7.ราคา-ควรเลือกซื้อร้านที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นที่รู้จัก หรือที่คิดว่าเหมาะสม และไม่แพง
เพราะราคาของพลอยในแต่ละร้านย่อมไม่เท่ากัน ซึ่งร้านที่มีราคาถูกมาก พลอยอาจจะไม่ได้คุณภาพก็ได้
เพราะฉะนั้นจึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนซื้อ…

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยจักรี

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค
ไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น
“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมาโดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยจักรี ชุดประเภทที่ 5จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยจักรี
ชุดไทยจักรี ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวัง
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419ถือเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่ห้า
สำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้
ลักษณะของชุดไทยจักรี เป็นชุดไทยแบบห่มสไบท่อนบนห่มสไบชายเดียวปักดิ้นทอง เปิดบ่าข้างหนึ่ง
ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ
จะเย็บติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือมีสไบห่มต่างหากก็ได้
ชายสไบคลุมทิ้งชายด้านหลังยาวตามความเหมาะสม
ซิ่นตัดแบบหน้านาง มีจีบยกข้างหน้า มีชายพก
ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว คาดเข็มขัดไทยนอกจากนี้ ชุดไทยจักรี
ยังสามารถสวมใส่เครื่องประดับได้ตามสมควร อาทิเช่น ต่างหู
สร้อยคอ รัดแขน หรือ สร้อยข้อมือ
โดยแม้จะสามารถใช้ทั้งงานพิธีที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็
ได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมสวมใส่ในงานตอนค่ำ เช่น งานแต่งงาน หรือ
ราตรีสโมสร ที่ไม่เป็นทางการ
สรุปคือ ชุดไทยจักรี
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางก
ารในช่วงค่ำ ใช้ทั้งสไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้า ผ่าหลัง,
คอเสื้อเป็นแบบคอกลม, แขนเสื้อเป็นไม่มีแขน,
ลักษณะผ้าถุงคือมีหน้านาง และชายพก…

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยบรมพิมาน

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
จึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาคไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น
“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมาโดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยบรมพิมานชุดประเภทที่ 4 จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยบรมพิมาน
ชุดไทยบรมพิมาน ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมานเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่สี่
สำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ อาทิเช่นงานอุทยานสโมสร
งานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ หรือเป็นชุดเจ้าสาว
ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ ชุดไทยบรมพิมาน
จะตัดเย็บด้วยผ้ายกไหม หรือยกทองมีเชิง หรือยกทองทั้งตัวก็ได้
ตัดติดกันกับตัวเสื้อหรือเป็นเสื้อคนละท่อนก็ได้
ซิ่นจีบหน้ามีชายพกยาวจรดข้อเท้า ใช้เข็มขัดไทยคาดเสื้อคอกลม
ขอบตั้ง ผ่าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ และแขนยาวนอกจากนี้ ชุดไทยบรมพิมาน
ยังสามารถประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
สำหรับเข้าร่วมงานพิธีอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำได้
ลักษระที่ใช้ในการสวมใส่อาจใกล้เคียงกับ ชุดไทยอมรินทร์ที่ใช้ได้ทั้งเต็มยศหรือครึ่งยศ
เพียงแต่ดูมีความเป็นไทยแท้และสวยงามมากกว่า
สรุปคือ ชุดไทยบรมพิมาน
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ ไม่สวมใส่
สไบ แต่สวมเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหลัง, คอเสื้อกลม
ขอบตั้ง, แขนเสื้อเป็นแขนยาว และ ลักษณะผ้าถุง
เป็นแบบมีหน้านาง และชายพก…

เทคนิคการเลือก “กางเกงยีนส์” ให้เข้ากับ “หุ่น”

เชื่อได้เลยว่า กางเกงยีนส์ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มชิ้นโปรดที่สาว ๆ
ทุกคนล้วนมีอยู่ในตู้เสื้อผ้ากันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นขาสั้น หรือ ขายาว
แต่คำถามก็คือ ยีนส์แบบไหนที่เหมาะกับตัวเราละ
ก่อนอื่นให้ลองสำรวจรูปร่างตัวเองก่อนว่าเป็นแบบไหน
แล้วค่อยมาตัดสินใจตอนที่อ่านบทความนี้จบ
รับรองได้เลยว่าสวยปังแน่นอน
1. หุ่นทรงตรง
สาวที่มีหุ่นตรงจะไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งใด ๆ อยู่เลย
ทรงกางเกงที่ควรใส่ คือ กางเกงที่พอดีตัว หรือทรงที่ใหญ่กว่าตัวนิดหน่อย
เพื่อจะทำให้ไม่ดูผอมจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงกางเกงที่รัดรูปมาก ๆ
2. หุ่นนาฬิกาทราย

สำหรับสาว ๆ ที่มีหุ่นนาฬิกาทรายสามารถใส่กางเกงยีนส์ได้ทุกทรง
ไม่ว่าจะเอวสูง เอวต่ำ หรือ สกินนี่ สามารถใส่ได้หมด
เพราะเป็นหุ่นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน เรียกง่าย ๆ ว่า หุ่นดี นั้นเอง
แนะนำว่าให้ใส่แบบเอวสูงที่พอดีตัว เพราะจะทำให้เราดูขายาวมากขึ้น
3. หุ่นแอปเปิ้ล
ลักษณะของสาวหุ่นแอปเปิ้ล คือ สาวที่มีพุงจนเอวหายไปแล้ว
ยีนส์ที่แนะนำให้ใส่คือกางเกงยีนส์เอวสูงทรงกระบอก
ส่วนกางเกงที่ควรหลีกเลี่ยงคือยีนส์ที่มีเอวต่ำที่ฟิตมาก ๆ
เพราะมันจะทำให้เราดูสะโพกใหญ่
4. หุ่นชมพู่
สาวหุ่นชมพู คือ สาวที่มีช่วงไหล่แคบ สะโพกผาย และ เอวคอด
ควรเลือกใส่กางเกงขาบาน เพื่อช่วยลดให้สะโพกดูเล็กลง
ซึ่งกางเกงที่สาวหุ่นชมพู่ควรหลีกเลี่ยง คือ กางเกงทรงสกินนี่
เพราะจะยิ่งเน้นให้สะโพกดูใหญ่ ทำให้ช่วงบนยิ่งดูแคบเข้าไปอีก
5. หุ่นแครอท
สาวหุ่นแครอต จะเป็นสาวที่ช่วงไหล่กว้าง เอวและสะโพกมีขนาดเล็ก
ทรงกางเกงที่ควรหลีกเลี่ยง คือ ทรงสกินนี่ เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงล่างดูเล็ก
ส่วนทรงกางเกงที่แนะนำให้ใส่คือ ทรงที่ขาบานเล็กน้อย ประเภท Boot
Cut เพราะขากาเกงจะช่วยพรางให้ร่างกายสมส่วนมากยิ่งขึ้น
เมื่ออ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว ก็คงจะรู้แล้วว่าตัวเองมีหุ่นแบบไหน
อยากให้ลองนำไปปรับใช้กันดู รับรองว่าใส่แล้วสวยแน่นอน…

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยอมรินทร์

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะ
ประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค
ไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น
“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมา โดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยอมรินทร์
ชุดประเภทที่ 3 จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยอมรินทร์
ชุดไทยอมรินทร์ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย
เป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่สามสำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ อาทิเช่น
งานเลี้ยงรับรองรับเสด็จ หรือ ไปชมละคร
โดยมีแบบเหมือนไทยจิตรลดา
ต่างกันที่ใช้ผ้าและเครื่องประดับหรูหรากว่า ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ ชุดไทยอมรินทร์
จะตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกดอกที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว
เสื้อเป็นคอตั้ง แขนยาว เสื้อกับซิ่นคนละท่อน ไม่ใช้เข็มขัด
แต่จะประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มองแล้วจะเป็นแบบกึ่งเต็มยศคือไม่เต็มยศเสียทีเดียว
นั่นทำให้ ชุดไทยอมรินทร์ถือเป็นชุดที่อนุโลมให้ผู้ที่เข้าร่วมงานพิธีในตอนค่ำ
แต่ไม่ต้องการคาดเข็มขัด สามารถสวมใส่ได้ง่ายส่วนผู้มีอายุจะใช้คอกลมกว้างๆ ไม่มีขอบตั้ง
รวมถึงแขนสามส่วนก็ได้ เพราะความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับที่จะใช้ให้เหมาะสมกับงาน
สรุปคือ ชุดไทยอมรินทร์
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่เป็นทางการในช่วงค่ำ ไม่สวมใส่
สไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหน้าและติดกระดุม,
คอเสื้อกลม ไม่มีขอบ, แขนเสื้อเป็นแขนยาวหรือแขนสามส่วน และ
ลักษณะผ้าถุง คือ ไหม หรือ ซิ่นป้ายหน้า นั่นเอง…